วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
กรุงเทพมหานคร
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
กรุงเทพมหานคร
No Result
View All Result
Home ข่าว

ทำไมเราต้องเป็นห่วงการระบาดใหญ่ในช่วงสงกรานต์ มากกว่าช่วงหยุดยาวหลายครั้งที่ผ่านมา? / ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง

กรุงเทพ by กรุงเทพ
5 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend



ในช่วงกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 (ปีที่ผ่านมา) หลังจากพบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากไม่กี่คนเป็น 177 คน รัฐบาลได้ประกาศปิดกิจกรรมต่างๆ ที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงในวันที่ 17 มีนาคม 2563 ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงก่อนวันที่ 22 มีนาคม และไปมีผลทำให้เกิดการระบาดในต่างจังหวัด

โดยในแต่ละวันในช่วงปลายเดือนมีนาคม พบผู้ติดเชื้อใหม่ในต่างจังหวัดจำนวนมากพอ ๆ กับที่พบในกรุงเทพมหานคร ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าตัวในชั่วระยะเวลาเพียงครึ่งเดือน คือเพิ่มจากจาก 177 คนเมื่อ 17 มีนาคม เป็น 1,771 คน เมื่อ 1 เมษายน ซึ่งนำไปสู่การปิดเมือง/ล๊อคดาวน์ของหลายจังหวัดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และขยายไปเป็นการปิดเมืองทั่วประเทศในเดือนเมษายน รวมทั้งการยกเลิกกิจกรรมสงกรานต์ทั้งหมด

ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้ช่วยให้การระบาดเริ่มชะลอตัว คือเพิ่ม 400 คน จาก 2,551 คนเมื่อ 12 เมษายน เป็น 2,954 คนเมื่อ 30 เมษายน (เพิ่ม 400 คน ในช่วง 18 วันหลังของเดือนเมษายน) และหลังจากประเทศไทยค่อย ๆ ออกจากการปิดเมืองเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม การระบาดก็ค่อย ๆ ชะลอลงในช่วงเดือนพฤษภาคม จนจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศลดลงเหลือ 0 เมื่อ 26 พฤษภาคม และเป็น 0 ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 100 วัน ถือว่าเป็นการจบลงของการระบาดระลอกแรกของไทย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวมประมาณ 3,000 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศรวม 2,444 คน

ยอดรวมผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ของไทย ระหว่าง 22 มกราคม – 25 พฤษภาคม 2563

หมายเหตุ: ระหว่าง 26 พฤษภาคม ถึงต้นเดือนกันยายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศที่ตรวจพบมีจำนวนคงที่ที่ 2,444 คน ที่เหลือเป็นการตรวจพบจากสถานกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

หลังจากนั้นรัฐบาลได้พยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาหลายมาตรการ รวมทั้งการกำหนดวันหยุดยาว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อด้วย และก็ผ่านไปด้วยดีในช่วงกลางปีถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต ม็อบหลายสิบครั้ง แต่ก็แทบจะไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศจากกิจกรรมเหล่านั้นเลย

หลังจากนั้นประเทศไทยมาพบการระบาดระลอกใหม่ในช่วงปลายปี 2563 ซึ่งน่าจะมีจุดเริ่มมาจากผู้ติดเชื้อทั้งคนไทยและกลุ่มแรงงานข้ามชาติและครอบครัวที่น่าจะมีจุดเริ่มจากการติดเชื้อจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วมาแพร่เชื้อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากการอยู่ร่วมกันอย่างแออัด ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหรือกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

แต่การที่การระบาดหลักเกิดขึ้นในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานที่แข็งแรง และไม่ค่อยได้เข้าไปรับรักษาพยาบาลในกรณีที่อาการไม่หนัก ก็ทำให้เมื่อเริ่มตรวจพบการระบาดที่ตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร ก็น่าจะมีการติดเชื้อมานานแล้ว (การตรวจใหญ่ในวันต่อมาพบผู้ติดเชื้อถึงร้อยละ 43) และมีการแพร่ระบาดไปสู่คนไทยจำนวนมาก ซึ่งหลุดรอดออกไปกระจายเชื้อตามวง (cluster) การระบาดใหม่ต่างๆ ที่กระจายออกไปในหลายจังหวัด และยังตรวจพบเรื่อย ๆ มาจนถึงทุกวันนี้

การระบาดระลอกนี้มีความรุนแรงกว่าในระลอกแรกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดสมุทรสาคร (17195 คน ณ 24 มี.ค.) หรือคนไทยในจังหวัดอื่นๆ (มากกว่า 7000 คน ณ 25 มี.ค.) ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของผู้ติดเชื้อในประเทศในระลอกแรก และเนื่องจากการติดตามคนไทยนอกจังหวัดสมุทรสาครในช่วงแรกไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนมากเท่าในระลอกแรก ทำให้น่าจะมียังผู้ติดเชื้อคนไทยเองกระจายอยู่จำนวนมากในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง

สถานการณ์ปัจจุบัน—ที่น่าจะมีผู้ติดเชื้อที่หลงเหลืออยู่จำนวนมาก–ทำให้การเดินทางกลับต่างจังหวัดที่น่าจะเกิดขึ้นอย่างขนานใหญ่ในช่วงหยุดยาวสงกรานต์นี้ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว มีโอกาสที่จะเพิ่มการระบาดในต่างจังหวัดที่น่าจะรุนแรงกว่าในปีที่ผ่านมาก

ซึ่งทาง ศบค. เองก็ได้ออกมาตรการมาบางประการ เช่น ขอความร่วมมือ “งดสาดน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม และจัดคอนเสิร์ต” นอกจากนี้ยังมีมติลดเวลาการกักตัวเหลือ 10 วันจาก 14 วัน และแบ่งโซนจังหวัดเป็นกลุ่มสีต่างๆ และการกำหนดมาตรการในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ แต่มาตรการเหล่านี้ไม่น่าเพียงพอที่จะป้องกันการระบาดได้มากนัก เมื่อพิจารณาความเสี่ยงที่สำคัญในช่วงต่างๆ

๐ ในช่วงการเดินทาง ซึ่งปัจจุบันไม่ชัดเจนว่าในพาหนะที่เป็นที่นิยมต่างๆ โดยเฉพาะรถทัวร์ รถโดยสาร และรถตู้ รวมทั้งรถโดยสารในตัวจังหวัด ยังคงใช้มาตรการเว้นระยะห่างมากน้อยแค่ไหน แต่ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า ในช่วงวันหยุดยาวนี้ น่าจะมีความต้องการเดินทางเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสมากที่ถ้ารัฐไม่เน้นเรื่องนี้อย่างชัดเจน (นอกจากการกล่าวถึงการปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T[1]) ก็อาจมีการละเลยมาตรการด้านความปลอดภัยที่อาจจะสำคัญกว่านั้นอีก เช่น การบังคับให้ทุกคนสวมหน้ากากตลอดเวลา (และทั้งผู้โดยสารและรถต่างก็ควรเตรียมหน้ากากสำรองไว้สำหรับกรณีที่จำเป็น เพื่อให้สามารถบังคับเรื่องนี้ได้จริงด้วย ซึ่งอาจจะต้องเผื่อมากกว่าปกติเพราะมีโอกาสที่หน้ากากอาจจะเปียกน้ำมากกว่าปกติด้วย)

๐ การแบ่งโซนจังหวัดเป็นกลุ่มสีต่างๆ แม้ว่าจะมีประโยชน์บ้างในการมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในกรณีที่จังหวัดปลายทางมีความเสี่ยงสูง แต่คงจะไม่ได้ช่วยอะไรมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปัญหาความเสี่ยงของการระบาดในต่างจังหวัดน่าจะเกิดจากคนในจังหวัดเสี่ยงต้นทางเดินทางกลับเข้าจังหวัดเหล่านั้นมากกว่า มาตรการนี้จึงมีผลจำกัด (และดูเหมือนหลังจากการประชุม ศบค. ในวันที่ 19 มีนาคม 64 รัฐบาลก็ไม่ได้เน้นย้ำมาตรการนี้มากนัก (นอกจากบอกให้ระวังการย้ายไปทำกิจกรรมข้ามโซน)

๐ มาตรการหลักๆ ที่รัฐบาลประกาศ ออกมาในลักษณะของ “แนวทาง” “ข้อห่วงใย” และยังมีการแถลงหรือให้สัมภาษณ์ด้วยว่ามาตรการทั้งหมดเป็นการ “ขอความร่วมมือ” และจะไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน ซึ่งแม้ว่าแนวคิดเรื่องการอะลุ้มอล่วยคงสอดคล้องกับบรรยากาศเทศกาล แต่ก็อาจส่งสัญญาณให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐไม่ได้เข้มงวดหรือเป็นห่วงกับการระบาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้มากนัก

เป็นที่เข้าใจได้ว่ารัฐบาลคงหวังใช้ช่วงหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในทำนองเดียวกันกับที่รัฐบาลได้เคยออกมาตรการกำหนดวันหยุดยาวหลายครั้งที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม วันหยุดยาวในเทศช่วงสงกรานต์ครั้งนี้มีความเสี่ยงมากกว่าวันหยุดยาวในครั้งก่อนๆ มาก ทั้งจากธรรมชาติของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์เอง และจากสถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งน่าจะมีผู้ติดเชื้อ—โดยเฉพาะกลุ่มที่หนุ่มสาวที่แข็งแรงและไม่มีอาการชัดเจน–แฝงตัวอยู่ในประชากรในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง ที่จะเดินทางกลับต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากกว่าเมื่อกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 หลายเท่าตัว

ซึ่งแม้ว่าประชาชนไทยควรได้รับโอกาสที่จะผ่อนคลายบ้างหลังจากที่ไม่ได้รับโอกาสในช่วงสงกรานต์ในปีก่อน แต่รัฐบาลควรจะต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชนว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ความเสี่ยงที่สูงขึ้น รวมทั้งความเสี่ยงที่คนหนุ่มสาวอาจนำเชื้อไประบาดและเพิ่มความเสี่ยงกับญาติผู้ใหญ่มากขึ้น และต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการที่สำคัญ เช่น การใช้หน้ากาก ไม่ใช่ส่งสัญญาณที่เหมือนอนุญาตให้ผ่อนคลายหรือ “ปล่อยการ์ดตกได้” เสียเอง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

[1] D ย่อมาจาก Distancing คือการเว้นระยะห่างกับคนอื่น M ย่อมาจาก Mask Wearing คือการสวมหน้ากาก H ย่อมาจาก Hand Washing คือการหมั่นล้างมือบ่อย ๆ T ย่อมาจาก Testing คือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย T ย่อมาจาก Thai Cha na คือการสแกนแอปไทยชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “COVID-19 Policy Watch” ซึ่งเป็นโครงการย่อยใน “โครงการประเมินผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในมิติสังคมและเศรษฐกิจ” ที่ TDRI ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

Tags: newsกรุงเทพข่าวจังหวัด
Previous Post

คลัสเตอร์โรงงานขนมปัง บางขุนเทียน ยังน่าห่วง โผล่เพิ่มสะพานสูง โยงตลาดปทุม

Next Post

1 ข่าวปลอม! 11 โรงพยาบาล เปิดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน ฟรี

กรุงเทพ

กรุงเทพ

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัดวังงามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

Next Post
564000003020001.jpg

1 ข่าวปลอม! 11 โรงพยาบาล เปิดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน ฟรี

บทความแนะนำ

สยอง! คนขับกระบะส่งพัสดุบริษัทชื่อดังหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงาปาเจโร่ ดับคารถ 3 ศพ

สาวขาย BMW ซื้อรถไฟฟ้าจดทะเบียนไม่ได้ แจ้ง ตร.แล้ว ล่าสุดศูนย์จำหน่ายติดต่อพารถตรวจ กทม.เดือนหน้า

สุดรันทด! 16 ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อดมื้อกินมื้อ เด็กบางคนต้องหยุดเรียนหนังสือ

หนุ่มอ้างเป็นผู้กอง บอกโดนแอบถ่ายเปลือยคาห้องน้ำปั๊มน้ำมันลี้ลำพูน คนไม่รู้จัก-ไร้ชื่อในสารบบ!

แม่ทุกข์! ช่างตัดผมผิดทรง ไถหัวลูกสาวจนเกรียน หมดความมั่นใจ-ไม่อยากไปเรียน

เผยไม่พบสติกเกอร์ส่วยติดหน้ารถแล้วบริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสรรพยา คาดดึงออกไปหมดแล้ว

ไรเดอร์หัวร้อน เบื่อรถยางรั่ว จุดไฟเผาทิ้งระบายเครียด

ตร.-ปปส.-ทหาร ขยายผลจับแก๊งยานรกยกก๊วน ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด-ไอซ์/คีตามีนอีกอื้อ พร้อมรถ-บ้าน-ที่ดิน เรียบวุธ

สพป.เชียงใหม่เขต3ส่ง”ครูเพชร”ไปช่วยราชการ ร.ร.กทม.ตามประสงค์ หลังแฉกรณีครูประเคนแข้งลงโทษ นร.-เบิกจ่ายเงินบริจาค

ซวยเลย! กระบะถูกปาหินใส่กระจกรถยนต์กลางสี่แยกไฟแดงเมืองอ่างทอง คาดปาผิดคัน

หมวดบทความ

กรุงเทพมหานคร การศึกษา กิจกรรม ข่าว ความงาม/สุขภาพ ค้าปลีก งานพิมพ์ ตรวจหวย ธุรกิจ บริการ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.กรุงเทพมหานคร สพม.เขต 1 สพม.เขต 2 อสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่/ขนม/ไอศกรีม เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา กรุงเทพมหานคร



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!