ความคืบหน้าการตรวจเชิงรุกคลัสเตอร์คลองเตย วันนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ลงไปตรวจเยี่ยมการ Swab เชื้อที่ศูนย์เยาวชน ชุมชนบ่อนไก่ และลานจอดรถ ตลาดคลองเตย โดยตั้งเป้าจะตรวจเชิงรุกให้ได้ 1,000 คน วัน แต่หลังจากนี้ จะเพิ่มศักยภาพการตรวจเชิงรุก ให้สามารถ Swab เชื้อได้วันละ 3,000-4,000 คน จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม เพื่อคุมการระบาดคลัสเตอร์คลองเตยให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้ที่ Swab เชื้อไปแล้ว ให้กักตัวอยู่ที่พัก อย่าเพิ่งออกไปไหน จนกว่าผลตรวจจะออก และหากไม่พบเชื้อ ก็ขอความร่วมมือกักตัวต่อไปอีก 14 วัน เพื่อดูอาการจนแน่ใจ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งผู้ป่วยมาไว้ที่ศูนย์พักคอย วัดสะพานเพียงจุดเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่น จากนั้น จะมีการคัดแยกระดับอาการสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อส่งผู้ป่วยไปรักษาตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกัน วันนี้ จะมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกให้กับคลัสเตอร์คลองเตย ซึ่งข้อมูลตามที่ลงทะเบียนมา มีประชาชนประมาณ 80,000 คน โดยวันนี้จะเริ่มฉีดก่อน 1,000 คน แต่ว่าหลังจากนี้ คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ประมาณวันละ 2,500 – 3,000 คนต่อวัน
ส่วนประเด็นเรื่องยาต้านไวรัส หรือยาฟาวิพิราเวียร์ ทางผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า จะจ่ายให้กับผู้ติดเชื้อทุกคน ที่เข้าสู่กระบวนรักษาตั้งแต่วันแรก เพื่อลดความรุนแรงของโรค ซึ่งบางส่วน กทม.ได้จัดซื้อมาเอง ในราคาเม็ดละ 100 บาท จำนวน 50,000 เม็ด และได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี อีก 50,000 เม็ด รวมเป็น 100,000 เม็ด โดยจะแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่เข้ามาโรงพยาบาลสนามคนละ 50 เม็ด ให้กินประมาณ 5 วัน ซึ่งอย่างน้อยจะใช้รักษาผู้ป่วยได้ 12,000 คน เพื่อป้องกันอาการเชื้อลงปอดตั้งแต่แรกเริ่มการรักษา และในระยะต่อไป กทม.จะซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ผ่านทางมูลนิธิจุฬาภรณ์ อีก 500,000 เม็ด รวมแล้ว กทม.จะมียาฟาวิพิราเวียร์ 600,000 เม็ด ซึ่งคาดว่าอย่างน้อยจะใช้รักษาผู้ป่วยได้ 12,000 คน ให้มีอาการไม่รุนแรง
สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ ในทางการแพทย์จะเริ่มใช้รักษาผู้ป่วยที่แสดงอาการ หรืออยู่ในเกณฑ์สีเหลือง แต่เนื่องจากในระลอกนี้ มีผู้แสดงอาการรุนแรงจำนวนมาก ทาง ผู้ว่าฯ กทม.และทีมแพทย์จึงพิจารณาแล้วว่า ควรให้ยาต้านไวรัสตั้งแต่เริ่มการรักษา เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตให้เร็วที่สุด

