กทม.เปิด Hospitel รองรับผู้ป่วยโควิดเขียวอีก 4,424 เตียง ตั้งจุดป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงาน 6 จุด รอบกรุง สแกน QR code เข้าระบบคัดกรอง BKK COVID-19
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.64 ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯโดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.จะเพิ่มเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว) โดยการจัดตั้งโรงพยาบาลโรงแรม (Hospitel) เพิ่มเติมโดยร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในการสังเกตอาการและดูแลรักษาผู้ป่วย ประกอบด้วย รร. Two Three Hotel ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 250 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 27 มิ.ย.64 รร. ณ เดอะ กรีน โฮเทล ร่วมกับ รพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 1,000 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 29 มิ.ย.64
รร.Twin Tower ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 250 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 30 มิ.ย.64 รร.บาร์ซ่าโฮเทล ร่วมกับรพ.ปิยะเวท รองรับได้ 300 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.SD Avenue Hotel ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 900 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.IBIS รามคำแหง ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 500 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.Siam @Siam ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 300 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64 รร.Baiyok ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 400 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64
รร.Grand howard ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 380 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64 และศูนย์ฝึกอบรมสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร (หนองจอก) ร่วมกับรพ.สหวิทยาการมะลิ รองรับได้ 144 เตียง (อยู่ระหว่างการประสาน) รวมจำนวนเตียงทั้งหมด 4,424 เตียง โดยในวันพรุ่งนี้(30 มิ.ย.64) จะทยอยย้ายผู้ป่วยจากรพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 เขตทวีวัฒนา วันละ 50 คน มารับการรักษาและสังเกตอาการที่ รร.Twin Tower เมื่อทำการย้ายผู้ป่วยครบจะทำการปรับพื้นที่รพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 ให้เป็นรพ.สำหรับรองรับผู้ป่วยที่แสดงอาการ(สีเหลือง)
สำหรับการนำส่งผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาในโรงพยาบาล หลังจากนี้เมื่อมีเตียงรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ศูนย์เอราวัณจะสามารถนำส่งผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทั้งหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว
ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยโควิดที่แสดงอาการ(สีเหลือง และสีแดง) กรุงเทพมหานครได้เตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย ดังนี้ รพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 150 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 40 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 10 ก.ค.64 รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 140 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 16 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 10 ก.ค.64 และโรงพยาบาลสนามกองทัพบก พื้นที่มณฑลทหารบกที่ 11 รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 200 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 55 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 2 ก.ค.64 รวมจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยสีเหลือง 490 เตียง และเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดง 111 เตียง
ด้าน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากข้อกำหนดฉบับที่ 25 ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 64 ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 จังหวัด และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมาตรการให้ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง โดยให้ปิดสถานที่ก่อสร้าง
และปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงานทั้งที่อยู่ภายนอกและภายในสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งให้หยุดงานก่อสร้าง ห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน พร้อมตั้งจุดตรวจและจุดสกัดเพื่อคัดกรองการเข้าออกพื้นที่ 10 จังหวัดอย่างเข้มงวด และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานครได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งจุดคัดกรองจุดตรวจด่านตรวจหรือจุดสกัดเพื่อควบคุมการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ดังนั้นเพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองและมีเครื่องมือบันทึกข้อมูลของผู้ผ่านจุดคัดกรองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ กทม.จึงได้นำระบบแอพพลิเคชัน BKK COVID-19 ซึ่งเป็นระบบที่จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลผู้ที่จะเดินทางออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ โดยรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสืบสวนโรคของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งกทม. นำไปใช้ในการตั้งจุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นับว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
โดยประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นและใช้เวลาในการกรอกข้อมูลไม่นาน โดยมีขั้นตอนง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน โดยสแกน QR CODE จากนั้นกรอกแบบฟอร์มข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ ระบุเพศ และสัญชาติ จากนั้นกรอกข้อมูลการเดินทาง อาทิ เดินทาง ระบุการเดินทางเที่ยวเดียวหรือไปกลับ พร้อมเหตุผลความจำเป็น จากนั้นแสดงข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านคัดกรอง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
สำหรับจุดคัดกรองการเดินทางในถนนสายหลัก เพื่อป้องปรามการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ จำนวน 6 เส้นทาง มีดังนี้
1.หน้าสถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดี-รังสิต (ขาออก)
2.ใต้สะพานข้ามแยกมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ (ขาออก)
3.หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก กม. 4.5 ถนนบางนา-ตราด (ขาออก)
4.ใต้สะพานข้ามแยกพุทธมณฑล สาย 3 ถนนบรมราชชนนี (ขาออก)
5. หน้าสำนักงานเขตหนองแขม ถนนเพชรเกษม ซอย 70
6.หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. เขตบางขุนเทียน ถนนพระรามที่ 2 (ขาออก)

