วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
nn ดูเหมือนสิ่งที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองกำลังเฝ้ามองกันมากว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม คือ เรื่องของเด็กหนุ่มที่เติบโตรวดเร็วดุจปลุกเสกทางสายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “โจ้ ถุงดำ” หรือผู้กำกับโจ้ เฟอร์รารี่ เพราะถือเป็นโจทย์ใหญ่ส่งผลให้วงการสีกากีสะเทือนเลื่อนลั่นเจ็บป่วยกระอักเลือดสาหัสสากรรจ์ทีเดียว แถมยังทำให้ตำรวจน้ำดีมีคุณภาพจำนวนมากพลอยหนาวไปด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่ถูกตีแผ่ออกไปทางสื่อชนิดสุดสยอง ถ้าไม่มีหลักฐานการเคลื่อนไหวขั้นตอนปฏิบัติการออกทางสื่อยืนยัน แน่นอนเรื่องนี้อาจมีปัญหาข้อกฎหมายมากมาย เกี่ยวกับช่องว่างให้หยิบขึ้นมาต่อสู้หักล้าง ล่าสุดว่ากันว่าอัยการทนายแผ่นดินสั่งฟ้องตามมาตรา 289 โดยไม่ฟ้องตาม 288…
nn ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี แต่มาตรา 289 ถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นความผิดหนักหนาสาหัส หรือที่เรียกว่า “เหตุฉกรรจ์” คำว่าเหตุฉกรรจ์ หากไม่แตกรายละเอียด แน่นอนประชาชนที่เขาไม่รู้ไม่สามารถเข้าถึงข้อกฎหมายอาจข้องใจว่าสาระคืออะไร…
nn “เหตุฉกรรจ์” ตามมาตรานี้มี 7 อนุมาตรา (1) การฆ่าบุพการี (2) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำตามหน้าที่ (3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุบุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงาน (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย (6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่กระทำความผิดอย่างอื่น หรือ (7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ซึ่งถ้าความผิดเข้าข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ต้องระวางโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต…
nn ฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวที่อดีตผู้กำกับหนุ่มโตเร็วสุกเร็วจบเร็วกระทำการ จนกลายเป็นข่าวฉาวชนิด “เด็ดดอกไม้ริมทางสะเทือนถึงดวงดาว” นั้น อัยการ หรือคณะอัยการสูงสุดท่านอาจพิจารณาแล้วว่ามีเหตุมีผลรอบคอบและยุติธรรมเที่ยงธรรมเพียงพอกับการกล่าวหาในการฟ้องศาลตามมาตรา 289 จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองไว้เป็นกรณีศึกษาน่าติดตามยิ่ง…
nn อีกเรื่อง อันเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำที่ผู้เดือดร้อนไปแจ้งความร้องทุกข์และกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ไว้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ว่ามีกลุ่มคนชักชวนให้เล่นแชร์ทางโลกโซเชียล (เฟซบุ๊ค) ปรากฏไปทั่วทุกจังหวัด ด้วยวิธีล่อหลอกชักจูงสารพัดกลอุบาย จนเหยื่อหลงเชื่อเพราะจิตใจอ่อนแอและเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ว่ามีอยู่จริง จากนั้นก็โอนเงินให้ไป 3-4 ครั้ง สูญเงินไปเกือบ 300,000 บาท เพราะความอยากและอ่อนแอของผู้ร้องเอง สุดท้ายก็รู้ว่าถูกหลอกเพราะใช้กลลวงให้โอนต่อเนื่องมีเลขบัญชีการโอนๆ ไปไหน ใครกดๆ ที่ไหน ถ้าสอบจริงๆ จับได้แน่นอนและไม่ยากด้วย ที่สำคัญหลักฐานข้อความสนทนา บัตรประจำตัวประชาชนมีครบ ทว่าถึงวันนี้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ยังไม่ออกหมายเรียกประการใดเลย ทั้งๆ ในระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุบโต๊ะไว้ชัดเจนตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2564 ให้พนักงานสอบสวนทุกสถานีทั่วประเทศปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด (อ่านละเอียดปุถุชนคนธรรมดาเข้าใจไม่ต้องแปลว่าอย่างไร) ถึงวันนี้คดีไปถึงไหนผู้เสียหายยังไม่รู้ รวมทั้งไม่อาจทราบได้ว่าพนักงานสอบสวนรายงานความคืบหน้าต่อผู้บังคับบัญชาแค่ไหนอย่างไร อย่าลืมผู้เสียหายไม่ใช่ลูกหลานของท่านกำลังเดือดร้อน เหตุเกิดพื้นที่สน.บางเขน ไปแจ้งที่ร่มเกล้าไม่รับแจ้งความ ทั้งๆ แจ้งได้ทั่วราชอาณาจักร เรื่องนี้ ท่าน ผบ.ตร.ท่านว่าอย่างไรครับ…nn
ไผ่ฎำ

