นาข้าวครองแชมป์เผามากสุดกว่า 100 จุด ตามด้วยไร่อ้อย ข้าวโพด แล้วลมพัดลงมากทม.-ปริมณฑล มารวมกับฝุ่นในพื้นที่อีก ชี้พรุ่งนี้จะหนักอีกวัน
รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 ม.ค.65 โดยระบุ เช้านี้ฝุ่นพิษกรุงเทพฯ อันตรายมาก (10 ม.ค.65) ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) เกินค่าแนะนำ 24 ชั่วโมงขององค์การอนามัยโลก 4 เท่า! ในกรุงเทพฯ (ภาพที่ 1) ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกหลายพื้นที่ก็อ่วมฝุ่นพิษสูงเช่นกัน (ภาพที่ 2 และ 3)
สาเหตุหลักของฝุ่นพิษยังคงมาจากปรากฎการณ์ฝาชีครอบต่ำและภาวะลมนิ่ง และที่สำคัญคือการเผาในภาคเกษตรแถบภาคกลางแถบพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาและภาคตะวันตก โดยจุดความร้อนที่รายงานจาก GISTDA มีมากถึง 331 จุด ข้าวครองแชมป์การเผามากที่สุดจำนวน 115 จุด ตามมาด้วยอ้อย 37 จุด และข้าวโพด 24 จุด พื้นที่เกษตรอื่นๆ 51 จุด ส่วนพื้นที่ป่าไม่ยังมีไม่มากเพียง 35 จุด (ภาพที่ 4) โดยได้ลมพัดนำฝุ่นพิษลงมายังกรุงเทพฯ และปริมณฑล สมทบกับฝุ่นในพื้นที่ทั้งจากรถยนต์ รถบรรทุก และโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นพิษวันนี้ยังคงเกิดจากการเผากันเองภายในประเทศเป็นหลัก ฝุ่นข้ามแดนยังมีอิทธิพลน้อย (ภาพที่ 5) ควรงดกิจกรรมการเผาในช่วงนี้เพื่อลดความรุนแรงต่อสุขภาพนะครับ
พรุ่งนี้เราน่าจะเจอฝุ่นระดับอันตรายมากต่อสุขภาพอีกวัน รักษาสุขภาพนะครับทุกคน กลุ่มเสี่ยง เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้นะครับ อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นได้ก่อนออกจากบ้านและไม่ประมาทกับมัจจุราชมืดนะครับ
ท่านใดสนใจเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ สามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ https://thailandcan.org/






