เจาะประเด็นข่าว 7HD – ตีตรงจุดวันนี้ ยังเกาะติดสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันนี้จะพาท่านผู้ชม ไปตรวจสอบพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ปอดคนกรุงเป็นอย่างไร เราจะไปติดตามกับ คุณสวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา
ผมคิดว่าภาพที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่หน้าจอน่าจะเป็นสวนสาธารณะในฝันที่ไม่ว่าจะเป็นคนเมือง หรือ ต่างจังหวัด ต่างก็อยากให้มีมาก ๆ ในพื้นที่ของตัวเอง
ก่อนอื่นเรามาตรวจสอบการใช้งบประมาณสำหรับการสร้างพื้นที่สีเขียวของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. พบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หรือเริ่มตั้งแต่ ปี 2561 ถึงปีนี้ จะใช้งบประมาณก่อสร้าง และปรับปรุงภูมิทัศน์ของสวนสาธารณะรวมทั้งสิ้นกว่า 2,311 ล้านบาท
แต่วันนี้หากเจาะพื้นที่สีเขียวของ กทม. นับตั้งแต่เรามีแผนพัฒนาระยะ 20 ปี เริ่มตั้งแต่ 2556-2575 มหานครแห่งนี้มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวกันไปอย่างไรแล้วบ้าง จากข้อมูลของ กทม. ณ วันที่ 11 มกราคม 2564 พบว่าในปี 2564 กรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะ-สวนหย่อม 8,917 แห่ง พื้นที่กว่า 25,000 ไร่ หรือกว่า 41 ล้านตารางเมตร คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียว 7.49 ตารางเมตรต่อประชากร 1คน
ซึ่งก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดไว้ โดยสัดส่วนเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมดีต้องมีพื้นที่สีเขียว 9 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน แต่กรุงเทพฯ ของเรามีอัตราส่วนอยู่ที่ 7.49 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน เท่านั้น
โดย 3 เขตที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุดอยู่ที่ บางขุนเทียน ประเวศ และคันนายาว แน่นอนว่าหนึ่งในความฝันของคนกรุงเทพฯ คืออยากเห็นพื้นที่สีเขียวมากขึ้น เพื่อเพิ่มปอดให้กับเมืองหลวง ไปฟังเสียงคนกรุงเทพฯ ในเรื่องนี้กัน
ตามแผนของกรุงเทพฯ ในปีนี้จะมีการเปิดสวนสาธารณะเพิ่มอีก 9 แห่ง ประกอบด้วย
1. สวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ ภายในสถานีพัฒนาที่ดินบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน พื้นที่ 37 ไร่
2. สวนจากภูผาสู่มหานที ภายในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร พื้นที่ 26 ไร่
3. สวนสาธารณะบริเวณถนนพุทธมณฑล สาย 3 เขตทวีวัฒนา พื้นที่ 98 ไร่
4. สวนป่านิเวศอ่อนนุช เขตประเวศ ระยะที่ 1 พื้นที่ 18 ไร่
5. สวนป่านิเวศหนองแขม เขตหนองแขม พื้นที่ 14 ไร่
6. สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา พื้นที่ 5.6 ไร่
7. สวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน พื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน 96 ตารางวา
8. พื้นที่ภายในซอยวชิรธรรมสาธิต 35 เขตพระโขนง พื้นที่ 14 ไร่
9. ลานกีฬาแสงทิพย์ ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 เขตวัฒนา พื้นที่ 5.4 ไร่
กรุงเทพฯ มีแผนพัฒนาสู่มหานครสีเขียว เพื่อยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตคนและคุณภาพของเมืองให้สูงขึ้น โดยประโยชน์อย่างน้อย 5 ข้อ ที่จะได้จากพื้นที่สีเขียว คือ ช่วยลดอุณหภูมิของเมืองที่เกิดจากการพัฒนา, ช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน, เป็นแหล่งนันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง, ไม้พุ่มช่วยดูดซับมลภาวะทางเสียงในเมืองใหญ่ได้, เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์น้อยใหญ่ เชื่อมผู้คนให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เพราะที่ผ่านมาเรามักจะภูมิใจว่า กรุงเทพฯ ติดอันดับหนึ่งเมืองน่าเที่ยวในสายตาของต่างชาติ แต่เมื่อย้อนมาถามคนที่พักอาศัยอยู่ในมหานครแห่งนี้ กลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่ใช่เมืองที่น่าอยู่ ดังนั้นเป้าหมายสำคัญที่ต้องไปให้ถึงคือ กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองน่าอยู่ และน่าเที่ยว ควบคู่กันไป ให้สมกับคำกล่าวขาน กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร เป็นอีกหนึ่งโจทย์ของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ : www.ch7.com/bangkokelection

