วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
กรุงเทพมหานคร
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
กรุงเทพมหานคร
No Result
View All Result
Home ข่าว

'ชัชชาติ' ซื้อเวลา 1 เดือน ก่อนทุบโต๊ะขยาย-ไม่ขยาย สัมปทานสายสีเขียว

กรุงเทพ by กรุงเทพ
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

ภารกิจวันที่สองของการเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลังประกาศไว้ตั้งแต่วันแรกในการเข้าทำงานที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า เมื่อ 1 มิ.ย. ว่า จะลุยงานในทันทีใน 4 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.เตรียมปัญหาแก้ไขเร่งด่วนรับมือ 2.ความปลอดภัยทางถนน ทางม้าลายต่างๆ ยังมีปัญหาต่อเนื่อง 3.หาบเร่แผงลอย ย้ำว่านโยบายยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ต้องหาข้อสรุปในจุดที่สมดุล และ 4.เรื่องสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมร่วมกับผู้บริหารของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่อยู่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ศาลา กทม.โดยมีการหารือร่วม 1 ชั่วโมงเพื่อพิจารณารายละเอียดสัญญาการเดินรถและสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงการนำสายสื่อสารลงดิน ท่ามกลางการจับตามองจากสังคมว่า สุดท้ายแล้ว กทม.ในยุคชัชชาติ จะมีท่าทีอย่างไรในเรื่อง “สัญญาร่วมลงทุนกับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” หลัง กทม.ยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต้องการให้ ครม.เห็นชอบให้ขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี (2572-2602) แต่ถูกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยขวางลำ จนเรื่องดังกล่าวสะดุดลงและผ่านมาถึงปัจจุบัน ที่เป็น เผือกร้อน ให้ชัชชาติตัดสินใจ หลังก่อนหน้านี้ชัชชาติเคยแสดงจุดยืนไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่าไม่เห็นด้วยกับการขยายสัมปทานออก

 ซึ่งหลังการหารือกับกรุงเทพธนาคมเสร็จสิ้นลง ชัชชาติ แถลงว่า เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวคาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 1 เดือน ซึ่งการหารือกับกรุงเทพธนาคม ทำให้ได้เห็นสัญญาการเดินรถที่จะสิ้นสุดในปี 2585 ซึ่งเป็นตัวที่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน จึงต้องนำข้อมูลมาตรวจสอบว่าภาระหนี้สินเกิดจากอะไรและสัญญาได้รับการอนุมัติจากสภากรุงเทพมหานครหรือไม่ และย้ำว่าขออย่าเอาหนี้สินมาเป็นตัวเร่งรัดการตัดสินใจระยะยาว แม้ว่าจะมีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

ชัชชาติ แสดงท่าทีในเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อไปว่า หากมีความจำเป็น กทม.ยังมีข้อบัญญัติในการกู้เงินที่จะนำมาชำระหนี้สินได้ โดยเป็นข้อบัญญัติที่ต้องผ่านสภากรุงเทพมหานคร และเป็นการกู้เงินจากรัฐจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเอกชนกู้ สำหรับการขยายสัญญาสัมปทานที่มีกับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ที่จะหมดในปี 2572 นั้น นายชัชชาติระบุว่า ยังไม่ได้มีการหารือ เพราะยังมีส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานคร เข้ามาพูดคุยข้อมูลและทบทวนการต่ออายุสัญญา โดยให้สภา กทม.ดูเนื้อหาอย่างละเอียดตามแนวทางปฏิบัติ เพราะสัญญาเดิมที่ค้างอยู่ใน ครม.ขณะนี้ เกิดขึ้นจากการพิจารณาของคณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นโดยใช้ ม.44 ทั้งนี้หากศึกษารายละเอียดเชื่อว่าจะมีจุดที่ทำให้สัญญาถูกลงได้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนเข้ามาแข่งขัน

เมื่อสื่อถามว่า จะทำราคาค่าโดยสารถูกลง อยู่ที่ 25 บาทจะเป็นไปได้หรือไม่ ชัชชาติ ระบุว่า เป็นเป้าหมายที่ตั้งใจจะทำ และมีความเป็นไปได้ แต่ยอมรับว่าก็มีปัจจัยอื่นที่ควบคู่ไปด้วย เช่น โครงสร้างหนี้พื้นฐานที่จะเป็นตัวเปลี่ยนแปลงกำไรและขาดทุน พร้อมมองว่าอีกหนึ่งแนวทางที่จะลดภาระหนี้สิน คืออาจจะเริ่มเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายทั้งสองส่วน เพราะปัจจุบันการให้บริการฟรีอาจจะไม่สมเหตุสมผล และส่งผลกระทบต่ออาชีพการให้บริการรถขนส่งสาธารณะที่จะขาดรายได้ ทั้งนี้ ต้องดูความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนและเอกชนด้วย

“หลังจากได้ข้อสรุปจะต้องรายงานต่อพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยจะสรุปข้อมูลเพื่อเข้าหารือให้เร็วที่สุด สิ่งที่ กทม.อยากทำมากที่สุดคือ การเร่งคืนหนี้สินให้รัฐบาลให้เร็วที่สุด และอยากขอให้ กทม.มาดูแลเรื่องการเดินรถเอง เพราะถือเป็นสมบัติของเมือง” ผู้ว่าฯ กทม.ระบุ

เมื่อเป็นดังนี้เท่ากับการสะสางปมสัญญาร่วมลงทุนกับบีทีเอสซี ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว อย่างน้อยต้องรอไปก่อนหนึ่งเดือน และคน กทม.ต้องลุ้นว่า ชัชชาติ จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลงมาได้จริงหรือไม่ รวมถึงท่าทีซึ่งบอกว่า อยากขอให้ กทม.มาดูแลเรื่องการเดินรถเองเพราะถือเป็นสมบัติของเมือง ทางชัชชาติจะมีแนวทางอย่างไร จะสามารถทำได้หรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมายและสัญญาต่างๆ ระหว่าง กทม.กับเอกชน ถ้าทำแล้วมันจะเกิดปัญหาตามมาหรือไม่ เพราะหากจะยกเลิกสัมปทานหรือไม่ต่อสัมปทานกับบีทีเอส แล้วภาครัฐ คือ กทม. มาเดินรถเอง แต่อาจว่าจ้างบีทีเอสให้มาบริหาร

แม้อาจทำให้สิ่งที่ชัชชาติเคยบอกว่า ต้องการทำให้ค่าโดยสารลดลงมา เพราะสายสีเขียวจะเป็นของรัฐ แต่ก็มีคำถามที่ กทม.ก็คงต้องปวดหัวไม่น้อยว่า จะไปควักเงินจากงบในส่วนใดมาชำระหนี้ร่วม 38,000 ล้านบาท ที่ค้างชำระมานาน จนบีทีเอสยื่นฟ้องเพื่อให้กรุงเทพมหานครจ่ายในส่วนค่าจ้างเดินรถ 12,000 ล้านบาท และยังมีหนี้ค่าติดตั้งระบบรถไฟฟ้าอีก 20,000 ล้านบาท จนทำให้ กทม.ยุค พล.ต.อ.อัศวิน ผลักดันให้ ครม.เห็นชอบ การต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเวลาอีก 30 ปี เพื่อแลกกับหนี้ค้างชำระกว่า 3.8 หมื่นล้านบาทมาแล้ว

ในช่วงที่ ชัชชาติ ขอเวลาหนึ่งเดือนในการศึกษาข้อมูลและสัญญาในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวดังกล่าว ทางภาคเอกชน บริษัท BTSC ที่ประกอบธุรกิจบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มี คีรี กาญจนพาสน์ เป็นประธานกรรมการ คงต้องรอลุ้นกันว่า กทม.จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร และหากสุดท้าย กทม.ตัดสินใจแล้ว กระทรวงมหาดไทยในยุค บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น มท.1 ที่เคยเห็นดีเห็นงามกับ พล.ต.อ.อัศวิน ในการขยายสัมปทาน แต่หากมารอบนี้ ถ้าชัชชาติยืนยันไม่เอาด้วยกับการขยายสัมปทานแล้ว พล.อ.อนุพงษ์จะคัดค้านหรือเปลี่ยนมา เอาด้วยกับแนวทางของชัชชาติ เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้ ที่มีมูลค่าสัญญาโครงการเป็นเงินมหาศาล กทม.ต้องส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณานำเข้าที่ประชุม ครม.ตัดสินใจ เพราะเรื่องไม่ได้จบที่ กทม.

อย่างที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี-มือกฎหมายรัฐบาล บอกไว้ก่อนหน้านี้ หลังถูกสื่อถามว่า หาก กทม.มีความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ครม.ไม่จำเป็นต้องเห็นชอบตาม กทม.ใช่หรือไม่ คำตอบคือ “ถูกต้อง เพราะถึงเวลาอาจต้องเสียเงินเสียทองใช้งบประมาณแผ่นดิน ครม.ก็มีสิทธิที่จะคิด ดังนั้น สุดท้ายต้องมาจบที่ ครม. แต่ต้องให้ กทม.ตั้งต้นว่าจะเอาอย่างไร”

หนึ่งเดือนต่อจากนี้ที่ ชัชชาติ ขอเวลาศึกษาก่อนตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งในเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ต้องรอติดตามว่าเมื่อครบหนึ่งเดือนแล้ว ชัชชาติจะ ทุบโต๊ะ ออกมาหรือไม่ หรือจะยื้อซื้อเวลาอีกต่อไป เพราะเห็นแล้วว่าการบริหารงานจริง กับสิ่งที่เคยหาเสียงไว้ ของจริง ตอนต้องตัดสินใจที่หากตัดสินใจผิด อาจมีปัญหาตามมา

เพราะรายละเอียดการตัดสินใจก็มีหลายประเด็นที่ต้องตัดสินใจ เช่น หนี้สินระหว่าง กทม.กับ BTS กว่า 38,000 ล้านบาท ทำให้การทุบโต๊ะเรื่องนี้ ในยามมานั่งเป็นผู้ว่าฯ กทม. มันจึงตัดสินใจยากกว่าตอนพูดหาเสียงขอคะแนนตอนเลือกตั้งหลายเท่านัก!.

Tags: newsกรุงเทพข่าวจังหวัด
Previous Post

กทม. ลุยเดินหน้านโยบาย “เรียนดี” 29 ข้อ ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ

Next Post

ได้แต่หวังไว้อย่างนั้นแหละครับ

กรุงเทพ

กรุงเทพ

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัดวังงามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

Next Post
ได้แต่หวังไว้อย่างนั้นแหละครับ

ได้แต่หวังไว้อย่างนั้นแหละครับ

บทความแนะนำ

สยอง! คนขับกระบะส่งพัสดุบริษัทชื่อดังหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงาปาเจโร่ ดับคารถ 3 ศพ

สาวขาย BMW ซื้อรถไฟฟ้าจดทะเบียนไม่ได้ แจ้ง ตร.แล้ว ล่าสุดศูนย์จำหน่ายติดต่อพารถตรวจ กทม.เดือนหน้า

สุดรันทด! 16 ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อดมื้อกินมื้อ เด็กบางคนต้องหยุดเรียนหนังสือ

หนุ่มอ้างเป็นผู้กอง บอกโดนแอบถ่ายเปลือยคาห้องน้ำปั๊มน้ำมันลี้ลำพูน คนไม่รู้จัก-ไร้ชื่อในสารบบ!

แม่ทุกข์! ช่างตัดผมผิดทรง ไถหัวลูกสาวจนเกรียน หมดความมั่นใจ-ไม่อยากไปเรียน

เผยไม่พบสติกเกอร์ส่วยติดหน้ารถแล้วบริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสรรพยา คาดดึงออกไปหมดแล้ว

ไรเดอร์หัวร้อน เบื่อรถยางรั่ว จุดไฟเผาทิ้งระบายเครียด

ตร.-ปปส.-ทหาร ขยายผลจับแก๊งยานรกยกก๊วน ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด-ไอซ์/คีตามีนอีกอื้อ พร้อมรถ-บ้าน-ที่ดิน เรียบวุธ

สพป.เชียงใหม่เขต3ส่ง”ครูเพชร”ไปช่วยราชการ ร.ร.กทม.ตามประสงค์ หลังแฉกรณีครูประเคนแข้งลงโทษ นร.-เบิกจ่ายเงินบริจาค

ซวยเลย! กระบะถูกปาหินใส่กระจกรถยนต์กลางสี่แยกไฟแดงเมืองอ่างทอง คาดปาผิดคัน

หมวดบทความ

กรุงเทพมหานคร การศึกษา กิจกรรม ข่าว ความงาม/สุขภาพ ค้าปลีก งานพิมพ์ ตรวจหวย ธุรกิจ บริการ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.กรุงเทพมหานคร สพม.เขต 1 สพม.เขต 2 อสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่/ขนม/ไอศกรีม เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา กรุงเทพมหานคร



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!