
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เปิดเผยกับ ‘มติชน’ ถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขณะวิ่งออกกำลังกายจากสวนลุมพินีไปยังตลาดน้อยโดยเปิดเผยถึงแนวคิดที่ว่า ‘เราจะดูแลคนของเราให้ดีก่อน เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ แล้วนักท่องเที่ยวเขาก็จะอยากเข้ามาท่องเที่ยวเอง’ (อ่านข่าว ชัชชาติ ฝากคนกรุง ดูแลผู้มาเยือนเหมือนเพื่อนตัวเอง หลังต่างชาติกลับมาเที่ยว ชี้สัญญาณดี)
นายสุจิตต์กล่าวว่า การท่องเที่ยวทำรายได้เข้าประเทศตั้งแต่เริ่มแรก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จัดให้มีสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากกว่า 60 ปีมาแล้ว นับแต่นั้นรัฐบาลทั้งเผด็จการ, กึ่งเผด็จการ, ประชาธิปไตยแบบไทยๆ พากันให้ความสำคัญการท่องเที่ยวถึงขนาดออกปากเรียกร้องประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรมจริงบ้าง “เฟค” บ้างเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวราวกับนักท่องเที่ยวเป็นเทวดา บางทีเรียกร้องเชิญชวนดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยมากๆ ทำเหมือนประชาชนคนไทยเป็นนักเล่นละครสัตว์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยไม่มีรัฐบาลไหนพูดถึงการอยู่ดีกินดีของประชาชนพลเมือง
นายสุจิตต์กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ คิดต่างจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลก่อนๆ ด้วยการให้ความสำคัญการอยู่ดีกินดีของประชาชนพลเมืองก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวนานาชาติมาทีหลัง ถ้าคน กทม. อยู่ดีกินดีมีบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข นักท่องเที่ยวนานาชาติจะขอมาอยู่ด้วยเอง โดยระบุว่า ‘กทม.จะผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ต่อไป’ , ‘เมื่อกรุงเทพฯ น่าอยู่ นักท่องเที่ยวก็อยากอยู่เหมือนกัน’ และ ‘ไม่ใช่เอาใจนักท่องเที่ยว เราต้องเอาใจคนของเราก่อน เพราะฉะนั้นเราจะดูแลคนของเราให้ดีก่อนเพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ แล้วนักท่องเที่ยวเขาจะอยากมาท่องเที่ยวเอง’
“แนวคิดอย่างนี้เป็นสากลซึ่งมีตัวอย่างมากมายในโลกตั้งแต่ลอนดอน, ปารีส, โรม, นิวยอร์ก, โตเกียว ฯลฯ แต่รัฐบาลไทยส่วนมากมองเห็นประชาชนเป็นไพร่ ตนเองเป็นเจ้าขุนมูลนาย ไม่จำเป็นต้องดูแลการอยู่ดีกินดีของไพร่ เพราะหน้าที่ของไพร่ต้องทำมาหากินกันเอง” นายสุจิตต์กล่าว
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

