วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
กรุงเทพมหานคร
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
กรุงเทพมหานคร
No Result
View All Result
Home ข่าว

กทม.จ่อปรับแผนจัดการขยะ เหตุโครงการฯ อ่อนนุช-หนองแขม ถูกดอง

กรุงเทพ by กรุงเทพ
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

เผยแพร่: 5 ต.ค. 2564 14:38   ปรับปรุง: 5 ต.ค. 2564 14:38   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กทม.เตรียมปรับแผนจัดการขยะ ยืดเวลาฝังกลบ 3 ปี เหตุ 2 โครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุช-หนองแขมล่าช้า หลังกกพ.ยังไม่พิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าของโครงการ ส่งผลงบจัดการขยะบานปลาย ด้านเอกชนระบุความล่าช้า ทำต้นทุนโครงการพุ่ง ขอความเป็นธรรม กพช.เร่งประกาศอัตรารับซื้อไฟฟ้า เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อ หากแล้วเสร็จช่วยกำจัดขยะกทม.ได้ถึง 2,500 ตัน/วัน ระบุความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการขยะของกทม.ว่า ในปี2565 มีแนวทางลดการฝังกลบลงจาก 80% เหลือ 30% เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ฝังกลบหายาก และต้องการลดผลกระทบกับชุมชน รวมถึงลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยพยายามยึดหลักกำจัด ณ แหล่งกำเนิด โดยกทม.มีแผนกำจัดขยะโดยใช้เทคโนโลยีเตาเผาผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ช่วยกำจัดขยะให้หมดไปอย่างรวดเร็ว และมีไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้เข้าระบบของประเทศ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการนำร่องที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและพบว่ามีประสิทธิภาพ สามารถกำจัดขยะได้ประมาณ 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 10 เมกะวัตต์ ต่อมากทม.ได้ขยายโครงการนำขยะผลิตไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และส่วนที่เหลือของศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เป็นเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่เกิน 1,000 ตัน/วัน กำลังผลิตไฟฟ้า 30 เมกกะวัตต์/แห่ง ซึ่งตามแผนกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2565 นอกจากนี้ ยังมีแผนทำโครงการลักษณะเดียวกัน ณ ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยสายไหม ขนาด 1,000 ตัน/วันเป็นโครงการต่อไป

การกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเป็นโครงการที่สามารถจัดการขยะได้รวดเร็วและเบ็ดเสร็จ เหมาะกับขยะชุมชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นขยะเปียกมีความชื้นสูงถึง 60% และต้นทุนไม่สูงนัก ส่วนเทคโนโลยีเตาเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า กทม.ได้มีการพิจารณามาอย่างรอบคอบ ป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเมืองเทียบกับการนำขยะมาทำเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ,การรีไซเคิล หรือการทำปุ๋ยหมัก ซึ่งจะมีกองขยะส่วนที่เหลือต้องบริหารจัดการอีกทอดหนึ่ง อีกประการหนึ่งขยะชุมชนบางส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของโควิด 19 เช่น หน้ากากอนามัย หรือแพคเกจจิ้งอาหารต่างๆ ก็สามารถนำมากำจัดที่โครงการฯ อ่อนนุช และหนองแขมได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้ง 2 โครงการจะเกิดประโยชน์อย่างมาก แต่ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังไม่ออกระเบียบรับซื้อไฟฟ้า และประกาศรับซื้อไฟฟ้ามารองรับตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) 31 พฤษภาคม 2560 และกกพ.ยังมีแนวทางจะทบทวนโครงการฯ ใหม่ด้วย โดยเฉพาะอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะของ 2 โครงการ ที่กำหนดไว้อัตรา 3.66 บาทต่อหน่วยบวกเงินเฟ้อ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ภาคเอกชนที่ผ่านการประมูลโครงการ และลงนามสัญญากับกทม.เมื่อปี 2562 ไม่สามารถก่อสร้างได้จนถึงปัจจุบัน และหลายเรื่องที่ผ่านกระบวนการต่างๆ ก็กำลังจะหมดอายุลงในเดือนตุลาคมนี้ เช่น รายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice: CoP) ซึ่งผ่านการรับฟังความเห็นจากประชาชนแล้ว 

นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ความเสียหายจากโครงการที่ล่าช้ามาหลายปี ทำให้กทม.ต้องปรับแผนการจัดการขยะใหม่ทั้งหมด โดยต้องเลื่อนแนวทางลดสัดส่วนการฝังกลบให้เหลือ 30% ออกไปกว่า 3 ปี จนกว่าโครงการฯ ที่อ่อนนุช และหนองแขมจะเกิดขึ้นได้ และต้องจัดงบประมาณใหม่ในการจ้างเอกชนขนส่ง และฝังกลบ ซึ่งเป็นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี ขณะเดียวกันแผนการนำขยะมาผลิตไฟฟ้าที่สายไหม ซึ่งเตรียมของบประมาณก็ถูกชะลอออกไปเช่นเดียวกัน

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจนสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง กทม.ไม่ได้เพิกเฉย มีหนังสือสอบถามไปยังกกพ. ขณะเดียวกันหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ได้ประสานงานไปที่กกพ.รวมหลายครั้ง จนล่าสุดได้มีการจัดประชุมหารือกับกกพ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพลังงาน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา โดยกทม.ยืนยันถึงความสำคัญที่โครงการฯอ่อนนุช และหนองแขม ต้องเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิม เพราะโครงการฯ ผ่านกระบวนการต่างๆ มาหมดแล้ว

ส่วนภาคเอกชนผู้ดำเนินโครงการ ทราบว่ากำลังเดินหน้าเรียกร้องความเสียหาย เนื่องจากความล่าช้าและการที่กกพ.จะทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าใหม่ กระทบในหลายเรื่องเป็นลูกโซ่กับแผนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะแผนด้านการเงินที่ทำกับสถาบันการเงิน เพราะอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 3.66 บาทต่อหน่วย บวกอัตราเงินเฟ้อ ประมาณ 3% ต่อปีนั้น ภาคเอกชนใช้เป็นฐานในการประกวดราคา และยังผูกโยงกับค่ากำจัดขยะมูลฝอย (Tipping fee) ด้วย ซึ่งการนำขยะมาผลิตไฟฟ้าจะช่วยให้ค่าจัดการขยะไม่เพิ่มขึ้น หรือคงที่ไปตลอด 20 ปีของโครงการฯ ที่อัตรา 789 บาทต่อตันสำหรับโครงการฯอ่อนนุช และ775 บาทต่อตันที่โครงการฯหนองแขม เทียบกับการที่ไม่มีโครงการนำขยะมาผลิตเป็นไฟฟ้า ค่าขนส่งและฝังกลบไปอีก 20 ปี จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 535 บาทต่อตันไปอยู่ที่ 1,295 บาทต่อตันที่หนองแขม และเป็น 1,338บาทต่อตันที่อ่อนนุช

ดังนั้น จึงเห็นว่ากกพ.ควรเร่งออกระเบียบรับซื้อไฟฟ้า เพื่อให้ 2 โครงการเดินหน้าได้ หากจะมีการทบทวนแผนหรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ใดๆก็ตาม ควรดำเนินการกับโครงการอื่นๆที่เกิดขึ้นภายหลัง เพื่อความยุติธรรมกับทุกๆฝ่าย ทั้งภาคเอกชนที่ผ่านกระบวนการประกวดราคามาแล้ว และหลีกเลี่ยงการที่หน่วยงานรัฐจะถูกฟ้องร้องในภายหลังด้วย

นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯและบริษัทในเครือซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุชและหนองแขมขนาดไม่น้อยกว่า 1,000ตัน/วัน ได้ดำเนินการตามระเบียบที่ภาครัฐกำหนดทุกประการ โดยเฉพาะมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ปี2560 และมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในปี 2561 ที่มีมติให้รับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ ฟีด-อิน-ทารีฟ (FIT) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ปั่นไฟไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ ในอัตรา 3.66 บาทต่อหน่วย บริษัทได้นำอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่ 3.66 บาทต่อหน่วย บวกอัตราเงินเฟ้อ ประมาณ 3% ต่อปี มาใช้เป็นฐานในการประกวดราคาและได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการ เช่นเดียวกับเอกชนรายอื่นที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นผู้ดำเนินโครงการกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 23 โครงการ กำลังผลิตรวม 234.7 เมกะวัตต์

“ความล่าช้าของการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าของกพช.ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการของกลุ่มบริษัทเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนการดำเนินโครงการซึ่งปัจจุบันราคานำเข้าเหล็กสำหรับก่อสร้างโครงการได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงขอความเป็นธรรมและขอให้กระทรวงพลังงานและ กพช.ช่วยเหลือเอกชนที่เข้ามาดำเนินโครงการด้วยการเร่งประกาศอัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานหลักคือกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการรับซื้อไฟฟ้าตามประกาศของกพชปี 2560และมติ กบง.ปี 2561 หากจะมีการปรับอัตราการรับซื้อใหม่ควรใช้กับโครงการใหม่ไม่ใช่โครงการเดิมที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว ”

นายเหอหนิงกล่าวต่อไปว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าในโครงการที่ผ่านความเห็นขอบจากหน่วยงานหลัก แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งขัดกับความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ไทย และอาจส่งผลต่อการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังว่า กกพ.จะพิจารณาหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าในเร็ววัน เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการตามแผนที่วางไว้ได้ หากทั้งสองโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 จะสามารถช่วยกำจัดขยะให้กรุงเทพมหานครได้รวมถึง 2,500 ตัน/วัน”

Tags: newsกรุงเทพข่าวจังหวัด
Previous Post

กทม. ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคล เข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว 5 ตำแหน่ง

Next Post

กรุงเทพฯ ตรวจ ATK 9.8 หมื่นราย ติดโควิด 7.3 พัน เร่งประชาสัมพันธ์วิธีทิ้งถูกต้อง

กรุงเทพ

กรุงเทพ

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัดวังงามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

Next Post
กรุงเทพฯ-ตรวจ-atk-98-หมื่นราย-ติดโควิด-7.3-พัน-เร่งประชาสัมพันธ์วิธีทิ้งถูกต้อง-–-มติชน

กรุงเทพฯ ตรวจ ATK 9.8 หมื่นราย ติดโควิด 7.3 พัน เร่งประชาสัมพันธ์วิธีทิ้งถูกต้อง

บทความแนะนำ

สยอง! คนขับกระบะส่งพัสดุบริษัทชื่อดังหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงาปาเจโร่ ดับคารถ 3 ศพ

สาวขาย BMW ซื้อรถไฟฟ้าจดทะเบียนไม่ได้ แจ้ง ตร.แล้ว ล่าสุดศูนย์จำหน่ายติดต่อพารถตรวจ กทม.เดือนหน้า

สุดรันทด! 16 ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อดมื้อกินมื้อ เด็กบางคนต้องหยุดเรียนหนังสือ

หนุ่มอ้างเป็นผู้กอง บอกโดนแอบถ่ายเปลือยคาห้องน้ำปั๊มน้ำมันลี้ลำพูน คนไม่รู้จัก-ไร้ชื่อในสารบบ!

แม่ทุกข์! ช่างตัดผมผิดทรง ไถหัวลูกสาวจนเกรียน หมดความมั่นใจ-ไม่อยากไปเรียน

เผยไม่พบสติกเกอร์ส่วยติดหน้ารถแล้วบริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสรรพยา คาดดึงออกไปหมดแล้ว

ไรเดอร์หัวร้อน เบื่อรถยางรั่ว จุดไฟเผาทิ้งระบายเครียด

ตร.-ปปส.-ทหาร ขยายผลจับแก๊งยานรกยกก๊วน ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด-ไอซ์/คีตามีนอีกอื้อ พร้อมรถ-บ้าน-ที่ดิน เรียบวุธ

สพป.เชียงใหม่เขต3ส่ง”ครูเพชร”ไปช่วยราชการ ร.ร.กทม.ตามประสงค์ หลังแฉกรณีครูประเคนแข้งลงโทษ นร.-เบิกจ่ายเงินบริจาค

ซวยเลย! กระบะถูกปาหินใส่กระจกรถยนต์กลางสี่แยกไฟแดงเมืองอ่างทอง คาดปาผิดคัน

หมวดบทความ

กรุงเทพมหานคร การศึกษา กิจกรรม ข่าว ความงาม/สุขภาพ ค้าปลีก งานพิมพ์ ตรวจหวย ธุรกิจ บริการ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.กรุงเทพมหานคร สพม.เขต 1 สพม.เขต 2 อสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่/ขนม/ไอศกรีม เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา กรุงเทพมหานคร



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!