กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ชุมนุมลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ปทุมวัน จับหนุ่มสวมเสื้อดำชู 3 นิ้ว ป่วน ก่อนนำมาสอบถาม อ้าง สารภาพมีคนจ้างมา แกนนำจึงให้ถอดเสื้อออก แล้วให้สวมเสื้อเหลืองแทน ก่อนปล่อยตัวไป
วันที่ 21 มี.ค. เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ สี่แยกปทุมวัน กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน นำโดย นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ เต้ บูรณพณ และกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส กลุ่มฮาร์ดคอร์100% นัดหมายจัดกิจกรรมปราศรัยเชิดชูสถาบันต่อต้านม็อบราษฎร โดยนำรถกระจายเสียงแทนเวทีปราศรัยมาจอดกลางลานหน้าหอศิลปฯ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และการ์ดอาชีวะปกป้องสถาบัน ร่วมกันรักษาความปลอดภัยบนลานสกายวอล์กด้านบนของพื้นที่ชุมนุมและโดยรอบ ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักไปด้วยประชาชนสูงอายุสวมเสื้อเหลือง ผ้าพันคอและแมสก์สีเหลือง ถือธงชาติ ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ เข้าร่วม สลับปราศรัยเนื้อหาเชิดชูพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันกษัตริย์ที่มีต่อสังคมไทย และประกาศต่อต้านการปฏิรูปสถาบันให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเชิญชวนผู้เข้าร่วมชุมนุมเขียนข้อความในใจถึงสถาบันบนผืนผ้าดิบสีขาว ก่อนนำไปแขวนบนสกายวอล์ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการชุมนุมได้มีประชาชนที่เห็นต่างเข้ามาแสดงออกด้วยการชูสามนิ้วบนลานสกายวอล์กและพื้นที่โดยรอบ จำนวน 3 ราย ถูกการ์ดอาชีวะปกป้องสถาบันเข้าไปสอบถามและเชิญตัวออกจากพื้นที่ แต่มีรายหนึ่งสวมเสื้อสีดำมีสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ถูกการ์ดเชิญตัวมาสอบถามที่รถเวทีปราศรัยต่อหน้าผู้ชุมนุม โดยถูกขอให้ถอดเสื้อแล้วเปลี่ยนเสื้อสีเหลืองให้ใส่แทน โดยชายรายนี้รับสารภาพว่าถูกคนจ้างให้สวมเสื้อสามนิ้วมาเดินในพื้นที่ชุมนุม ทำให้นายอัครวุธแกนนำกลุ่มจึงขอจ่ายเงินซื้อเสื้อที่มีสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว และให้ชูภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือหัว ก่อนปล่อยตัวไป จากนั้นแกนนำม็อบปกป้องสถาบันนำเสื้อชูสามนิ้วที่ซื้อมาไปวางบนลังแล้วให้มวลชนช่วยกันเหยียบ.
ขณะที่เมื่อเวลา 18.00 น.กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและเครือข่าย ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนยุติการชุมนุมโดยประกาศว่า จะมีการล่ารายชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัย ที่สนับสนุนนักโทษ ในคดี ม.112 เพื่อส่งมอบให้กับทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัดพิจารณาว่า เหมาะสมหรือไม่
ขณะที่บนลานสกายวอล์คด้านบน ก็เกิดเหตุการ์ดอาชีวะวิ่งไล่กวดจับเยาวชนเห็นต่างที่มายืนชูสามนิ้วเคารพธงชาติอีก โชคดีหลบหนีได้อย่างหวุดหวิด

