ดนตรีแห่งการหาเสียงที่ดังกึกก้องทั่วกรุง ของผู้สมัครแข่งขันเป็นผู้ว่าฯกทม.ในปีนี้ มีถึง 31 คณะซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้น
การหาเสียงทั้ง 31 คณะนั้น “เป้าหมาย” คือการได้ครองแชมป์เป็น “เจ้าสำนักเสาชิงช้าคนที่ 17” โดย
ทุกคณะ “สู้ตาย” และผู้สมัครทุกราย “สู้ไม่ถอย”
จึงถือได้ว่า การหาเสียงปีนี้ “คึกคัก” กว่าทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เพราะทุกครั้งมีผู้สมัครลงแข่งขันมากสุดแค่ 20 กว่ารายเท่านั้น
การทำศึก เพื่อชิงอาณาจักรเสาชิงช้า เป็นผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17 ครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า “มีคนเก่ง คนดัง คนคัดงาน และคนคุณภาพคับแก้ว” ลงมาแข่งขันเป็นจำนวนมาก
มีทั้งที่สังกัดพรรคการเมือง และมีทั้งลงในนาม“ผู้สมัครอิสระ” ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว มีทั้ง “อิสระตัวจริง” และ “อิสระตัวปลอม” หรือ “อีแอบ” ที่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง แต่ก็ “ขอตบตาชาวบางกอกเกี้ยน” ว่าตนลงในนามอิสระ
การที่มีผู้สมัคร “ระดับคุณภาพ” ลงแข่งขันเป็นจำนวนมากนั้น ต้องถือเป็น “โอกาสทองของชาวกรุง” แต่ก็เป็น “โจทย์สุดหิน” ที่ท้าทายชาวบางกอกเกี้ยนว่าจะตัดสินใจเลือกใครดี
“จะเลือกป๋าก็เสียดายน้า จะเลือกอาก็อยากได้ป้า” จึงทำให้ “การตามหาผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17 ที่ถูกใจเป็นปัญหาใหญ่ของแต่ละปัจเจกบุคคลที่ต้องเข้าคูหาเลือกตั้ง”
ดังนั้น โพลล์ต่างๆ ที่ทำการสำรวจในขณะนี้ “คำตอบสูงสุด” คือ “ยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใครดี?”
กูรูทางการเมืองหลายท่านจึงวิเคราะห์ว่า การที่มีคนเก่ง คนดี คนมีคุณภาพลงชิงชัยอย่างยั้วเยี้ยเช่นนี้ อาจทำให้ “เต็งหามพลาดพลั้งเป็นเต็งสอง และอาจทำให้เต็งสามบุญหล่นทับเป็นเต็งฟลุก” อย่างเข็มขัดสั้น
“สงครามเลือกตั้ง” เหลืออีกแค่เดือนเศษเท่านั้นก็จะรู้ผลว่า “ใครแพ้ ใครชนะ” สำหรับวันนี้ “เซียนมวยมุมน้ำเงิน” แห่งเวทีมวยราชดำเนิน ยังไม่กล้า “ฟันธง” ม้าตัวไหนเข้าวิน เพราะดูๆ ไปยังไม่เกิดรายการ “ฟีเวอร์” กับผู้สมัครคนไหนเป็นพิเศษ
ใกล้ถึงวันที่ 22 พฤษภาคมเมื่อใด ถือเป็น “โค้งสุดท้าย” ที่พอจะมองออกว่า “ม้าอึดตัวไหนจะเข้าป้าย”?
ใครกันแน่ คือผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17?
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

