หลายคนบ่นรถติดมากในกรุงเทพฯ จะไปไหนมาไหนใช้เวลามาก
แม่คนหนึ่งเล่าว่า เธอต้องปลุกลูกตั้งแต่ตี 4 มาเรียนหนังสือ กทม. เพราะอยู่ฝั่งธนฯ เธอสงสารลูกมาก แต่ไม่มีทางออก เนื่องจากอยากให้ลูกได้โรงเรียนดีๆ ในที่สุด เธอทนเห็นลูกหลับใหลในรถไม่พอ ข้าวเช้าต้องกินในรถ ตอนเย็นโรงเรียนเลิก กว่าจะกลับบ้านได้ก็ค่ำมืด ลูกจึงไม่ได้พักผ่อน
ทางออกของเธอ คือย้ายไปเรียนโรงเรียนแถวฝั่งธนบุรี (โรงเรียนอินเตอร์) แม้จะค่าเล่าเรียนแพงกว่าเก่า ก็ต้องยอม
คุณพัตร เช่นกัน บ้านอยู่คลองจั่นมาทำงาน และส่งลูกที่โรงเรียน ก็ต้องตื่นแต่เช้า กว่าจะกลับ ก็ค่ำมืด ลูกเลยไม่ได้กินข้าวบ้าน กินแต่อาหารขยะโดยไม่รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ จึงเป็นความดัน โรคไต เป็นต้น เธอจึงต้องตัดใจหาคอนโดฯใน กทม. อยู่ แม้จะเล็กกว่าบ้านมาก ก็ต้องอยู่เพื่อความสะดวกของลูกๆ ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืด
คนอยู่ใน กทม. จึงมีปัญหา น่าเห็นใจที่รถติด และไม่ใช่ทุกคนจะแก้ปัญหาได้ดังใจ
ในอเมริกา ก็ปัญหาแบบเดียวกันโดยเธอมีนามว่า เจสซี่ ลิปสกิน วัย 30 ปี ทำงานด้านการเงินในนิวยอร์กและเหน็ดเหนื่อยเบื่อหน่ายกับรถติด เธอคิดว่า ถ้าชีวิตเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เธอคงจะบ้าตาย
เจสซี่ กำลังเล่นออนไลน์ในวันหนึ่งเห็นประกาศขายรถบัส GMC เกรฮาวด์ พ.ศ.2509 ก็สะดุดใจอยากได้ เพราะเป็นโมเดลรถที่ คีนู รีฟส์ ขับตอนเล่นภาพยนตร์เรื่อง “Speed” พ.ศ.2537 เธอจึงซื้อรถเกรฮาวด์ 240,000 บาท และเสียค่าตกแต่งปรับปรุงรถอีก 2,400,000 บาท ที่ใช้เวลาซ่อมแซมถึง 3 ปี
เจสซี่ทำรถเหมือนบ้าน มีของใช้ที่อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ตั้งแต่เซ็นทรัล แอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า พื้นปูด้วยไม้ มี 2 ห้องนอน เครื่องทำความร้อน ห้องน้ำมีอุปกรณ์พร้อม ตู้ใส่เสื้อผ้าขนาดใหญ่ 3 ตู้
พอรถบ้านเสร็จ เจสซี่ชวนเพื่อน 2 คน ขับรถจากแคลิฟอร์เนียสู่นิวยอร์ก และเธอจอดรถไว้ที่แอสเบอรี่ พาร์ค ในนิวยอร์ก ซึ่งเธอน่าอยู่สุขสบาย เธอกลับบอกว่า รถใหญ่เกินไปมีพื้นที่ 400 ตารางเมตร จึงอยากย้ายไปอยู่รถเทรลเลอร์หรือรถบรรทุก จะได้เล็กๆ หน่อย
ผู้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านบอกว่า เจสซี่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี ชีวิตคงหาความสุขได้ยาก ต่อให้ได้รถใช้นอนแบบไหน ก็ยากจะทำให้เธอพอใจได้
ไม่ว่ากัน รสนิยมของใครของมันนะ

