
จักกพันธุ์สกัดจุดเสี่ยง ‘เขตคลองสามวา’ ตรวจค่าฝุ่นโครงการก่อสร้าง-ปลูกต้นไม้ถนนสวย แวะดูคัดแยกขยะชุมชนมัสยิดฮีดาย่าตุ้ลอิสลามียะห์
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่เขตคลองสามวา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตคลองสามวา เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยในการลงพื้นที่วันนี้มี น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตคลองสามวา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตคลองสามวา สำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม ชาวชุมชนมัสยิดฮีดาย่าตุ้ลอิสลามียะห์ (แสนแสบ) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์เริ่มจากตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารราชการ ฉับไวใสสะอาด (Bangkok Fast & Clear : BFC) เขตคลองสามวา เป็นการพัฒนารูปแบบการให้บริการของกรุงเทพมหานคร โดยนำงานบริการของ 10 ฝ่ายในสำนักงานเขตมาให้บริการรวมกันที่จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มารับบริการและติดต่อราชการกับกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเขตเปิดให้บริการ 6 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายรายได้ ฝ่ายคลัง ฝ่ายโยธา ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล และฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน พบว่าพื้นที่ห้องบริการมีขนาดเล็กคับแคบ ไม่สามารถรองรับผู้รับบริการที่มีจำนวนมากได้ ระบบงานการคำนวณภาษีต่างๆ ต้องดำเนินการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งคอมพิวเตอร์ประจำจุด BFC ยังไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้รับบริการ เนื่องจากเขตคลองสามวาเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุด อีกทั้งมีประชากรแฝงและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
โดยนายจักกพันธุ์ได้ให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาเพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

จากนั้น นายจักกพันธุ์ติดตามมาตรการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ SENERA SENIOR WELLNESS ตั้งอยู่ถนนคู้บอน เป็นโครงการก่อสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรของภาคเอกชน ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่อยู่ในแผนการตรวจตามมาตรการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ของสำนักการโยธา เพื่อกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกับเขตสุ่มตรวจควันดำรถบรรทุกเข้า-ออกที่ใช้ในโครงการก่อสร้าง นอกจากนี้ เขตร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมตรวจวัดควันดำรถบรรทุกใช้งานในแพลนท์ปูน การปฏิบัติงานประจำจุดตรวจวัดควันดำร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 8 ครั้ง การตรวจวัดควันดำรถยนต์ราชการโดยประสานกองโรงงานช่างกลปีละ 2 ครั้ง ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงานได้ตรวจสอบ แนะนำ ควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ ไม่ให้ปล่อยมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ระหว่างเดือนตุลาคม 2565-มีนาคม 2566 อย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ในกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนี้ กิจการผสมซีเมนต์ (แพลนท์ปูน) จำนวน 2 แห่ง กิจการอู่พ่นสีรถยนต์ จำนวน 28 แห่ง กิจการประดิษฐ์หินเป็นของใช้ จำนวน 4 แห่ง

ต่อมา นายจักกพันธุ์เยี่ยมชมถนนสวย (ปลูกต้นไม้ 1 ถนน 1 เขต) ถนนสามวา ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร กว้าง 5.5 เมตร ปลูกต้นทองอุไร 311 ต้น ต้นไทรย้อยใบแหลม 380 ต้น ต้นเฟื่องฟ้า 36,745 ต้น ต้นชาฮกเกี้ยน 9,800 ต้น การปลูกต้นไม้ล้านต้น เป้าหมาย 10,000 ต้น เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ดำเนินการปลูกต้นไม้ จำนวน 14 จุด รวมทั้งสิ้น 7,847 ต้น (ไม้ยืนต้น 232 ต้น และไม้พุ่ม 7,615 ต้น)
จากนั้นเยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ชุมชนมัสยิดฮีดาย่าตุ้ลอิสลามียะห์ (แสนแสบ) ซอยประชาร่วมใจ 7 ลักษณะเป็นชุมชนชานเมือง พื้นที่ 25 ไร่ บ้านเรือน 167 หลัง ประชากร 737 คน การคัดแยกเศษอาหารนำไปเลี้ยงปลา วันละประมาณ 30 กก./วัน โดยมีประชาชนในชุมชนมาจัดเก็บวันเว้นวัน การนำเศษผักผลไม้มาทำปุ๋ยหมักและน้ำชีวภาพใช้ภายในชุมชนปริมาณไม่แน่นอนตามที่มี แต่ละบ้านจะคัดแยกขยะเพื่อนำไปขายเป็นรายได้เสริมของแต่ละครัวเรือน วันละ 210 กก./วัน ซึ่งจะมีรถมารับซื้อภายในชุมชน โดยประมาณเดือนละ 4 ครั้ง เขตจัดเก็บขยะภายในชุมชน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับปริมาณขยะก่อนดำเนินการวันละ 740 กก./วัน หรือ 22,200 กก./เดือน หลังดำเนินการคงเหลือ 500 กก./วัน หรือ 15,000 กก./เดือน รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์กล่าวขอบคุณประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ครอบครัวและชุมชน โดยให้เขตนำไปเป็นชุมชนต้นแบบต่อยอดแก่ชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่

ต่อมา นายจักกพันธุ์สำรวจสวน 15 นาที ถนนราษฎร์ร่วมใจ ซอยประชาร่วมใจ 62 พื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 45 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินกระทรวงมหาดไทย (บึงทรายกองดิน) เป็นพื้นที่จะสร้างสวนใหม่ อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ ปัจจุบันในพื้นที่เขตคลองสามวามีสวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สวนวารีภิรมย์ บริเวณซอยประชาร่วมใจ 47 พื้นที่ 121 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ภายในสวนประกอบด้วย ทางจักรยาน ถนนวิ่งออกกำลังกาย 2.สวนสิริภิรมย์ บริเวณซอยประชาร่วมใจ 5 พื้นที่ 32 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา ภายในสวนประกอบด้วย ทางจักรยาน/วิ่งออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกำลังกาย 3.สวนสามวาพนานุรักษ์ บริเวณซอยสามวา 24 พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ภายในสวนประกอบด้วย ลานสเก็ตบอร์ด หอสมุด ทางวิ่งออกกำลังกาย สวนกล้วย 43 สายพันธุ์ และปลูกต้นไม้ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “มะ” เช่น มะเกลือ มะพลับ มะพูด สวนดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะเปิด ไม่มีประตูเปิด-ปิด อยู่สุดทางถนนสามวา จึงเป็นจุดเสี่ยงภัยอาชญากรรม
ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์ได้มอบหมายให้เขตเพิ่มความถี่ในการจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราดูแลความปลอดภัย ย้ายตู้เขียวจากด้านหน้าทางเข้าสวนไปติดตั้งด้านในของสวน หาแนวทางในการติดตั้งไฟส่องแสงสว่างเพิ่มเติม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่
