ต่อจากนั้นย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องไปนั่งลุ้น นอนลุ้น ตีลังกาลุ้น ทีมฟุตบอลไทย ที่จะต้องเข่นเขี้ยว เคี้ยวฟัน แลกมือ แลกตีน กับนักเตะ เหงียน หรือนักเตะเวียดนามทั้งหลาย ชนิดอาจมีสิทธิ์ หัวใจวาย ตายคาจอทีวีขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ โอกาสที่จะมีชีวิตรอดเพื่อกลับมาปั่นต้นฉบับให้กับ ไทยโพสต์ ของหมู่เฮาไปตามปกติ อาจมีอยู่ประมาณ 50:50 เอาเลยก็ไม่แน่ ด้วยเหตุนี้…ถึงยังไม่มีโอกาสรู้ว่าใครเป็นใคร ไผเป็นไผ สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คราวนี้ แต่คงต้องขออนุญาตสรุป ภาพรวม เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ไปตามเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ นั่นแหละทั่น…
———————————————–
คือถ้าว่ากันโดยรวมๆ แล้ว…ชนิดไม่ว่าใครจะผงาดขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ ของบรรดาชาว กทม.ก็ตามที แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะสะท้อนให้เห็น และออกจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ น่าคิด น่าสะกิดใจ อยู่ไม่น้อย ก็คือลักษณะอาการในแบบ ตัวใคร-ตัวมัน หรือ ทางใคร-ก็ทางมัน ของบรรดาผู้อาสาสมัครในแต่ละพรรค แต่ละราย หรือแต่ละฝ่าย แต่ละแนวคิด เอาเลยก็ว่าได้ ที่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวม ความเป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกันของแต่ละฝ่าย แต่ออกไปทางแตกฉาน ซ่านเซ็น ย่อยแยก แตกกระจาย ไปตามความคิด ความรู้สึก ของแต่ละปัจเจกบุคคล นั่นแหละเป็นหลัก…
———————————————-
ซึ่งโดยลักษณะอาการเช่นนี้…ถ้าหากพูดแบบพวกที่พยายามมองโลกให้สวยๆ เข้าไว้ ก็อาจถือเป็นลักษณะอาการแบบ ดอกไม้บานร้อยดอก อะไรทำนองนั้น คือต่างมีสิทธิ์ประชัน ขันแข่ง อวดโชว์ความสวย ความงาม ขีดความสามารถของแต่ละคน แต่ละราย ได้อย่างเป็นอิสระและเสรี แต่ถ้าหากมองแบบพวกที่หนักไปทางโลกซวย หรือพวกที่ออกจะ ซาดิสม์ ขึ้นมาซักหน่อย ความย่อยแยก แตกกระจาย แตกฉาน ซ่านเซ็น ในลักษณะที่ว่านี้ ก็คือการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็น เอกภาพ ของแทบทุกฝ่ายนั่นแหละ ที่อาจปราศจากหลักคิด หลักยึดที่มั่นคง แน่วแน่ เลยต้องหันไป ทางใคร-ทางมัน หรือ ตัวใคร-ตัวมัน กันไปตามสภาพ…
————————————————–
ดังนั้น…ก็แน่นอนนั่นแหละว่า ภายใต้ลักษณะอาการแบบ ตัวใคร-ตัวมัน หรือ ทางใคร-ก็ทางมัน เช่นนี้ ถ้าลองต้องเจอกับแรงกด แรงดัน แรงกระแทก แบบชนิดหนักหนา-สาหัส หนักหน่วง-รุนแรง ขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสที่จะต้องเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก เปื่อยยุ่ย ย่อยสลาย จนอาจแทบไม่เหลือรูปร่าง รูปทรง ที่แน่นอนเอาเลยก็ย่อมได้ อะไรก็ตามที่เคยเป็น เอกลักษณ์ หรือ อัตลักษณ์ อาจต้องสูญสลาย ไปจากที่เคยมี เคยเป็น อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ หรือโอกาสที่จะเกิดลักษณะอาการแบบ กรุงแตก ขึ้นมาในสังคมนั้นๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย…
————————————————–
แต่ก็นั่นแหละ…ถ้ามองในแง่ โลกแห่งความเป็นจริง เฉพาะแค่การ เลือกตั้ง กทม. มันคงไม่ถึงกับ สะท้อน อะไรต่อมิอะไรได้ครอบคลุม กว้างขวาง ไปถึงขั้นนั้น เพราะยังไงๆ…กรุงเทพฯ ก็ย่อมไม่ใช่ ประเทศไทย อยู่แล้วแน่ๆ แม้จะเคยเป็นแหล่ง ศูนย์รวมอำนาจ มาตั้งแต่เก่าก่อน อีกทั้งภายใต้การเร่งรัด พัฒนา ที่มุ่งไปสู่ความเจริญและทันสมัย แต่ไม่คิดจะก้าวหน้าหรือไม่ได้คิดจะยกระดับในทางด้านจิตใจ จิตวิญญาณ เอาเลยแม้แต่น้อย ความเป็น กรุงเทพฯ แท้ๆ มันเลยจางหาย สูญสลายหายไปมานานแล้ว ลักษณะอาการแบบ ร้อยพ่อ-พันแม่ มันจึงปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที…
———————————————–
การย่อยแยก แตกกระจาย ในด้านอารมณ์-ความรู้สึกและความนึกคิดของผู้คนชาวกรุงเทพมหานคร มันจึงถือเป็นเรื่องปกติ-ธรรมดา มานานแล้ว ชัยชนะและความพ่ายแพ้ของผู้หนึ่ง-ผู้ใดในสนามเลือกตั้งแห่งนี้ มันจึงไม่อาจนำไปใช้เป็นภาพสะท้อนของ ความเป็นสังคมไทย ได้ทั้งหมด แต่ก็นั่นแหละ…อย่างน้อยอาจนำมาใช้เป็น บทเรียน เป็นข้อคิด สะกิดใจเพื่อที่จะนำไปสู่ประโยชน์ของส่วนรวม ของสังคมไทยได้มั่งไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า เอกภาพ หรือความเป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกัน หรือจะเรียกว่า ความรู้-รัก-สามัคคี ก็ย่อมได้ ที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญสูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้โลกที่กำลังเต็มไปด้วยความปั่นป่วน วุ่นวาย การแบ่งข้าง แบ่งฝ่าย แยกข้าง แยกฝ่าย จนแทบหา พื้นที่เป็นกลาง แทบไม่เจอ…
————————————————-
ภายใต้สภาพเช่นนี้นี่เอง…การหาทางดำรง รักษา สิ่งที่เคยเป็น เอกลักษณ์ หรือ อัตลักษณ์ แห่งความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ให้จงได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเอามากๆ ชนิดที่อาจถือเป็นทางออก ทางไป หรือเป็น ความอยู่รอด ของสังคมนั้นๆ เอาเลยก็ว่าได้ โดยอะไรก็ตามที่พอช่วยให้เกิดความเป็น เอกภาพ ความเป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกันขึ้นมาได้บ้าง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็มีแต่ต้องช่วยกันประคับประคอง พิทักษ์ ปกป้อง เพื่อให้ความสงบ ร่มเย็น เท่าที่เคยมีมา ยังพอสามารถสืบต่อหรือพอที่จะดำเนินต่อไปได้ ไม่งั้น…ก็มีโอกาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะย่อยแยก แตกกระจาย ออกไปเป็นชิ้นๆ ไม่ต่างไปจากหลายต่อหลายประเทศ หลายต่อหลายสังคม ที่ปรากฏให้เห็นเป็น บทเรียน มาแล้วโดยชัดเจน…
————————————————
ปิดท้ายวันนี้…จาก Rudyard Kipling (อีกครั้ง)… “Nations have passed away and left no traces, And history gives the naked cause of it—One single simple reason in all cases; They fell because their peoples were not fit. – หลายชาติสูญสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอย และประวัติศาสตร์ได้แสดงถึงเหตุอันแจ้งชัด ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงประการเดียว สำหรับทุกๆ กรณี นั่นคือ…ชาติเหล่านั้นสูญสลายเพราะประชาชนไม่เข้มแข็ง…”
