วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
nn คงต้องยอมรับว่าผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ทุกคนทั้งสังกัดพรรคและไม่สังกัดพรรคการเมือง ต่างเชื่อมั่นว่าตัวเองจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นผู้ว่าฯกทม. แทบทั้งสิ้น ดร.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ชูกำปั้น หนักแน่นขึงขังตามสไตล์เจ้าของค่ายมวยนับแต่วันจับหมายเลข พร้อมประกาศเดินหน้าสานต่อนโยบายเดิมเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ท่ามกลางกุนซือมือหนึ่งทีมงานใหญ่จากพื้นที่ทุ่งครุ ซึ่งเปรี้ยงปร้างมาตลอดก่อนถึงวันรับสมัครว่า คะแนนดิบสนับสนุนมีอยู่ในมือแล้ว 300,000 เสียง แถม ดร.พล.ต.อ.อัศวิน ยังทิ้งวลีเด็ดเสมือนเพิ่มสร้างภูมิให้ตัวเองว่า “ถ้าอยากให้
กลับเข้ามาใหม่ต้องเลือกเบอร์ 6”…
nn ในขณะที่เต็งหนึ่งอย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ เบอร์ 8 มรรควิธีการหาเสียงคงเส้นคงวาเสมอต้นเสมอปลาย มาดนักรักษ์
สิ่งแวดล้อมโดดเด่นชัดเจน อันคล้ายเหมือนจะบอกว่าสิ่งแวดล้อมมันคือหัวใจของคนกรุง ใช้วิธีการหาเสียงไม่เน้นเรื่องป้ายให้กีดขวางบดบังสร้างปัญหาแก่ประชาชน เพราะวิธีการหาเสียงในรูปเมืองสังคมพัฒนาแล้ว ช่องทางหาเสียงทางโลกโซเชียลประชาชนสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงถูกมองว่าเป็นผู้สมัครเข้าใจสังคมค่อนข้างชัดเจนดีมากคนหนึ่งทีเดียว…
nn ทางเต็งสอง วิโรจน์ ลักษณาอดิศร เบอร์ 1 ผู้มากด้วยลีลาคำพูดกินใจและแทงกล่องดวงใจเผด็จการรูปแบบต่างๆ ประกาศลั่นถึงเวลาแล้วที่คนกรุงเทพฯจะได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญไปในทางที่ดีขึ้น เพราะ กทม.เป็นของทุกคนผู้ว่าฯกทม.ต้องเป็นคนของคนทุกคน ส่วนอีกคนที่มีการกล่าวถึงกันพอสมควรเช่นกันคือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากค่ายประชาธิปัตย์ เบอร์ 4 ช่วงต้นๆเขาเปิดตัวเร่าร้อนเหมือนวัยรุ่นเพิ่งจบปริญญา แต่ปรับลดดีกรีลงได้ในช่วงหลังส่งผลให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น ก็มีความมั่นอกมั่นใจเพราะได้เบอร์แห่งการดับทุกข์ ทว่ากลับมีผู้แย้งว่า ตามหลักศาสนาแล้ว การดับทุกข์หรือ อริยสัจ 4 นั้น คือ การวางเฉยไม่ยินดียินร้ายกับลาภยศ หรือสิ่งของใดๆ…
nn สำหรับผู้สมัครเบอร์อื่นๆ ล้วนต้องบอกว่าต่างเป็นคนดีมีความสามารถทั้งนั้น แต่ความน่าจะเป็นคงชิงชัยแย่งกันตามสายตาประชาชนดุเดือดเลือดพล่าน คงมีเพียง ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ, วิโรจน์ ลักษณาอดิศร, ดร.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง,สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เท่านั้นที่ว่ากันว่า สู้กันเลือดติดดาบ เนื่องจากประชาชนกล่าวถึงกันมาก แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะไว้วางใจใครให้ “ปลุกเสกปลดแอก” บ้านเมือง อย่างไรก็ตาม ปรากฏมีเสียงดังออกมาจากศาลาว่าการดินแดง ว่า หน้าตาของ กทม.เปลี่ยนแปลงหนักชนิดไม่ต้องสงสัยถ้าเบอร์ 8 เบอร์ 1 ชนะการเลือกตั้ง เพราะทั้งคู่มีจุดอ่อนจุดแข็งสร้างสรรค์สูงมาก…
nn ทิ้งท้ายไว้ให้ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ขบคิดตอบประชาชน คือ ถ้าใครก็ตามได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว จะเอาอย่างไรกับรถเมล์มรณะปล่อยควันดำจำนวนมากยังด้านชาไม่แก้ไข เพราะทุกวันนี้บอกว่ารักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ยังนำรถควันดำออกมาวิ่งหน้าตาเฉย…nn
ไผ่ฎำ

