21 พ.ค.2565 – ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า สิ่งที่น่าเสียใจอย่างสุดซึ้งคือในวงสนทนาวงหนึ่ง เขาคุยกันว่า ดร. อานนท์ ดร. เสรี ดร. อัษฎางษ์ท่านทูตนริศโรจน์ หนู Benyaได้รับผลประโยชน์ในการรณรงค์ SV
ที่เสียใจเพราะเราทุกคนที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวนั้นทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีของประเทศ ทั้งงานราษฎร์งานหลวง เป็นพสกนิกรที่จงรักภัดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ในการทำหน้าที่ของเรานอกจากค่าตอบแทนที่เป็นไปตามระเบียบและกฎกติกาดังกล่าวแล้ว เราไม่เคยคิดหาผลประโยชน์ในการทำสิ่งที่มันขัดกับอุดมการณ์
เราไม่เคยขายวิญญาณ เราไม่แสวงหาผลประโยชน์อันไม่พึงได้บนฐานแห่งจริยธรรม แต่เราพร้อมที่จะเสียสละ เราพร้อมจะสละเวลา สละทรัพย์สินเงินทองส่วนตัวในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ
อย่ามองเราในแง่ร้าย อย่าให้ร้ายพวกเราเลยนะคะ เราไม่ใช่เพิ่งทำงานสาธารณะ เราทำมานานแล้ว ดูความเป็นมาในอดีตระยะยาวของเราด้วย ดูการทำงานของเราด้วย
คุณคิดว่าเราจะยอมเสียชื่อเสียงที่เราเพียรทำงานสะสมความดีด้วยจิตสาธารณะมาตลอดชีวิตเหรอคะ มันไม่คุ้มหรอกค่ะ เงินแค่ไหนมันก็ซื้อชื่อเสียงไม่ได้นะคะ
ความดีเท่านั้นแหละค่ะที่จะเป็น building blocks ของภาพลักษณ์ชื่อสียง เราคงไม่เอาความโลภมาครอบงำให้ตัวเราเกิดอวิชชาจนทำอะไรโง่ๆนะคะ
หนังจีนมีประโยคที่คนดีด่าคนที่ชอบกล่าวหาว่าร้ายคนอื่นว่า “อย่าใช้ใจคนถ่อยตัดสินการกระทำของวิญญูชน” เพราะวิญญูชนคิดดีทำดีที่คนถ่อยอาจจะคิดไม่ถึง

