วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ติดเชื้อรวม ATK 3.8 หมื่นราย
ตายรายวันพุ่ง 88 ศพ
กทม.-เมืองคอน-ชลบุรีหลักพัน
สธ.ห่วงสูงอายุติดโควิดเพิ่มรายวัน
ยันฉีดวัคซีน 3 เข็มลดอัตราเสียชีวิต
ย้ำฟาวิพิราเวียร์มีประสิทธิภาพ
นายกฯสั่งเดินหน้าพัฒนายารักษา
ศบค.รายงานยอดติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันทรงตัวที่หลักหมื่น รายใหม่ 23,441 ราย ขณะที่การตรวจ ATK พบอีก 15,177 ราย รวม 38,618 รายยอดเสียชีวิตขยับขึ้นต่อเนื่อง 88 ศพ กทม.ติดเชื้อ-เสียชีวิตสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ สธ.แถลงงานวิจัยประสิทธิผลวัคซีนภาพรวมฉีด 3 เข็มป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 87% ห่วงผู้สูงอายุติดเชื้อดับ
เดือนกุมภาพันธ์สูงถึง 89.5% เร่งครอบครัวพาไปฉีดเข็มกระตุ้น
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.รายงานสถานการณ์ภาพรวมติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ยังทรงตัวที่หลักหมื่นราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทำสถิติสูงขึ้นรายวัน
ติดเชื้อรวมATK38,618คน
ศบค.ระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 23,441 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 23,118 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 38 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 46 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,377,410 ราย หายป่วย 23,153 ราย โดยผู้ป่วยหายสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,112,737 ราย ส่วนยอดการตรวจ ATK วันที่ 21 มีนาคม ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุข มียอดผู้ติดเชื้อเข้าข่าย 15,177 ราย โดยจำนวนนี้ไม่รวมในการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ ซึ่งยืนยันผลด้วย RT-PCR เมื่อรวมกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 23,441 ราย จะเท่ากับมีผู้ติดเชื้อ 38,618 ราย
ตายนิวไฮ88-โคมา1,464ราย
เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 88 ราย โดยเสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 24,246 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 240,339 ราย แบ่งเป็น อยู่ในโรงพยาบาล 67,435 ราย และโรงพยาบาลสนามอื่นๆ 172,904 ราย มีอาการหนัก 1,464 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 514 ราย สำหรับผู้เสียชีวิต 88 รายนั้น อยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) 4 ราย สมุทรปราการ 3 ราย สมุทรสาคร 2 ราย นครปฐม 4 ราย ปทุมธานี 2 ราย นครราชสีมา 4 ราย มุกดาหาร 2 ราย อุดรธานี 2 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย หนองบัวลำภู 1 ราย ขอนแก่น 1 ราย ศรีษะเกษ 1 ราย สกลนคร 1 ราย ยโสธร 1 ราย อุบลราชธานี 1 ราย แพร่ 2 ราย สุโขทัย 2 ราย อุตรดิตถ์ 2 ราย แม่ฮ่องสอน 2 ราย เชียงราย 1 ราย กำแพงเพชร 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย น่าน 1 ราย นครศรีธรรมราช 4 ราย กระบี่ 4 ราย ปัตตานี 4 ราย สงขลา 3 ราย ตรัง 2 ราย ภูเก็ต 2 ชุมพร 1 ราย สตูล 1 ราย ยะลา 1 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 7 ราย เพชรบุรี 3 ราย สุพรรณบุรี 3 ราย กาญจนบุรี 3 ราย ชลบุรี 3 ราย ราชบุรี 2 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย สระแก้ว 1 ราย และลพบุรี 1 ราย จำแนกเป็นเพศเป็น ชาย 44 ราย และหญิง 44 ราย แบ่งเป็นอายุ 60 ปีขึ้นไป 66 ราย ต่ำกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 17 ราย และไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย
กทม.-เมืองคอน-ชลบุรีหนักยืนหลักพัน
ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรกคือ 1.กรุงเทพมหานคร (กทม.) 2,870 ราย 2.นครศรีธรรมราช 1,625 ราย 3.ชลบุรี 1,128 ราย 4.สมุทรสาคร 908 ราย 5.สมุทรปราการ 865 ราย 6.ระยอง 737 ราย 7.พัทลุง 547 ราย 8.สงขลา 533 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 524 ราย และ 10.ราชบุรี 519 ราย
ฉีดวัคซีนสะสมกว่า127ล้านโดส
ความคืบหน้าการฉีดวัคซีน วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ได้รับวัคซีนรวม 93,021 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 127,383,667 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 23,161 ราย สะสม 54,881,239 ราย คิดเป็น 78.9 % ของจำนวนประชากร เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 12,071 ราย สะสม 50,116,759 ราย คิดเป็น 72.1 % ของจำนวนประชากร เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 57,789 ราย สะสม 22,385,669 ราย คิดเป็น 32.2 % ของจำนวนประชากร
ศบค.แถลงข่าวพฤหัสบดีวันเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ปรับเปลี่ยนการแถลงข่าว จากเดิมแถลงวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เหลือเพียงการแถลงข่าวเฉพาะวันพฤหัสบดีเท่านั้น
กพ.สูงอายุติดโควิดดับพุ่ง89.5%
ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรคแถลงข่าวประจำวันถึงการประเมินประสิทธิผลวัคซีนจากการใช้จริง โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะทำงานติดตามประสิทธิผลวัคซีนป้องกันโรคโควิด และคณะทำงานวิชาการพบว่า ข้อมูลในจ.เชียงใหม่ ลการระบาดช่วงแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 อัตราเสียชีวิตของผู้สูงอายุยังไม่มาก แต่ค่อยๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โดยเดือนกุมภาพันธ์ คนสูงอายุเมื่อเทียบกับคนเสียชีวิตทั้งหมดสูงถึง 89.5%
ฉีดวัคซีน3เข็มป้องกันโอมิครอนได้68%
อย่างไรก็ตาม ผลเบื้องต้นจากการประเมินประสิทธิผลของวัคซีนโควิดที่จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เรื่องการป้องกันการติดเชื้อโอมิครอน ดังนี้ กรณีฉีดวัคซีน 2 เข็มช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ไม่สามารถป้องกันโอมิครอนได้ กรณีฉีดวัคซีน 3 เข็ม ในเดือนมกราคม ป้องกันติดเชื้อ 68% และเดือนกุมภาพันธ์ป้องกันได้ 45% กรณีฉีดวัคซีน 4 เข็มเดือนกุมภาพันธ์ป้องกันได้ 82% แต่จุดสำคัญคือ ป้องกันการเสียชีวิต ส่วนตัวเลขป้องกันการเสียชีวิต ดังนี้ กรณีฉีดวัคซีน 2 เข็มในเดือนมกราคม ป้องกันเสียชีวิต 93% และเดือนกุมภาพันธ์ 85% กรณีฉีดวัคซีน 3 เข็มเดือนมกราคมป้องกันเสียชีวิตได้ 98% และเดือนกุมภาพันธ์ป้องกันได้ 98% กรณีฉีดวัคซีน 4 เข็ม ยังไม่มีผู้เสียชีวิตในผู้ที่ได้ 4 เข็ม
3เข็มป้องกันเสียชีวิตได้87%
นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขผลเบื้องต้นการประเมินประสิทธิผลวัคซีนในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงระดับประเทศของเดือนมกราคมพบว่า การป้องกันติดเชื้อหากฉีด 2 เข็ม ป้องกันได้ 4.1% ซึ่งต่ำมากเหมือนไม่ป้องกัน ส่วน 3 เข็มป้องกันได้ 56% และ 4 เข็มป้องกันได้ 84.7% แต่หากป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต เมื่อฉีดวัคซีน 2 เข็ม 54.8% หากฉีด 3 เข็ม 88.1% แต่กรณีป้องกันการเสียชีวิตพบว่า 2 เข็ม ป้องกันได้สูงถึง 79.2% ส่วนหากฉีดวัคซีน 3 เข็ม จะป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 87%
“การฉีดวัคซีนเข็ม 3 ป้องกันการเสียชีวิตได้มาก ประชาชนอาจมีข้อสงสัยลังเลหรือไม่แน่ใจว่า ควรแนะนำฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในผู้สูงอายุหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญมาก หากมีการสื่อสารข้อมูลถูกต้องช่วยชีวิตคนได้ แต่หากข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจทำให้ขาดโอกาสเข้าถึงวัคซีน และมี 50-60% ของผู้เสียชีวิตที่พลาดโอกาสการรับวัคซีนตรงนี้” นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า
ย้ำครอบครัวเร่งพาสูงวัยไปฉีดวัคซีน
และว่า ปัจจุบันการติดต่อกันง่ายมาก การอยู่บ้านมีหลายคนเข้าออกตลอด คนที่อยู่บ้านย่อมติดเชื้อได้ อย่างการระบาดระลอกปัจจุบันประมาณ 80% ของผู้เสียชีวิตคือ ผู้สูงอายุ ซึ่งในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ 60% ไม่ได้ฉีดวัคซีน และ 29% ไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น รวมทั้งข้อสงสัยว่า ญาติอายุมากแล้วฉีดวัคซีนจะอันตรายหรือไม่ ความจริงคือ ไทยฉีดไปแล้วมากกว่า 120 ล้านโดส ยืนยันว่าปลอดภัย ถ้าฉีดแล้วมีอาการไม่พึงประสงค์ ก็มีระบบดูแลเช่นกัน
นายกฯสั่งหนุนวิจัยยาเวชภัณฑ์สู้โควิด
ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความสามารถจัดหาเวชภัณฑ์ จัดระบบบริการรองรับผู้ป่วยให้เข้ารักษาได้ทั่วถึง ทั้งนี้ ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา นายกฯกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประสิทธิภาพเวชภัณฑ์ ทั้งวัคซีนและยารักษา โดยเฉพาะให้สำรวจงานวิจัยและการพัฒนา เพื่อนำมาขึ้นทะเบียน สำหรับประชาชนได้ใช้เพิ่มเติม เพี่อส่งเสริมระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็ง พร้อมรับมือสถานการณ์ระบาดและผู้ป่วยโควิดด้วย
ยันฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ติดเชื้อได้
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันประสิทธิภาพยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย.ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ พบผู้ป่วยหลายรายมีอาการดีขึ้น มีผลรักษาที่ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาควบคุมป้องกันโรคจึงพิจารณาให้นำยาฟาวิพิราเวียร์มาใช้รักษาผู้ป่วยโควิด ประกอบกับไทยสามารถจัดหายาฟาวิพิราเวียร์จำนวนมากได้ในราคาไม่แพง ยืนยันไม่มีการนำยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเป็นอันตรายมาใช้รักษาผู้ป่วย

