เปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.บรรยากาศคึกคัก สายมูเตลู เชื่อ ‘ชัชชาติ’ ได้เบอร์ 8 โชคดีเป็นเลขพระราหู ส่วน ดร.เอ้ แม้ได้เบอร์4 แต่พร้อมเดินหน้ารับใช้พี่น้องคน กทม. แจงศึกเลือกตั้งครั้งนี้ มีเดิมพันพรรคไหนจะได้ปักธงใน กทม.ส่งผลให้แข่งเดือดและใช้ปฏิบัติการ IO ทุกรูปแบบถล่มคู่ต่อสู้ ชี้ ‘ชัชชาติ-ดร.เอ้’ มีหนาวเผยมีคนไล่เก็บข้อมูลในสจล.พร้อมถล่มหาก ดร.เอ้ ปลุกกระแสขึ้นมาสู้คู่แข่งได้ ส่วน‘ชัชชาติ’ ต้องเคลียร์ ‘สัมพันธ์เพื่อไทย-มุสลิม-3นิ้ว’ ด้าน ‘วิโรจน์’ มีจุดขายชัด ขณะที่ ‘บิ๊กวิน’ อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และพลังหนุนอาจจะไปอยู่ที่ ‘สกลธี’ จับตานิวโหวตเตอร์ 5-6 แสนคน จะเทไปที่ผู้สมัครคนใด ส่วนพรรคเจ๊หน่อย ถูกจับตาทำเพื่อใคร หรือต้องการเตะตัดขาใครกันแน่
31 มี.ค.2565 เป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บรรยากาศดูคึกคัก มีรถหาเสียงวิ่งติดรูปผู้สมัครจำนวนมาก และผู้สมัครต่างเดินทางมาพร้อมป้ายหาเสียงที่มีการเว้นช่องหมาย
เลขไว้เพื่อรอผลการจับสลากหมายเลข ซึ่งใครที่เป็นสายมูเตลู ติดตามหมอดูชื่อดัง จะได้ยินได้ฟังถึงเรื่องดาวราหูมีการย้ายครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา อาทิ หมอช้าง ‘ทศพร ศรีตุลา’ บอกไว้ว่ากลุ่มราศีที่ราหูย้ายออก คือราศีพฤษภ และราศีพิจิก
หลังโดนจัดหนักมาปีกว่า โดยเฉพาะ ราศีพฤษภ จะมีข่าวดีหลัง 30 มีนา 2565 ไปแล้ว
“ราศีพฤษภ หลังราหูย้ายออกสิ่งไม่ดีออกไป งานสดใส หลัง 30 มีนา ทางสว่าง เริ่มสิ่งใหม่ ทางดีขึ้น”
อีกทั้งยังมีการพูดถึงเลขของพระราหูและเลขกำลังของพระราหูตามลำดับ โดยชี้ไปที่เลข 8 และ 12
ดังนั้นการจับสลากหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในวันนี้ (31มี.ค.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ เจ้าของฉายา ‘รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’ ได้หมายเลข ‘8’ทำให้นายชัชชาติ และทีมงาน เชื่อว่านี่คือเลขนำโชคจากพระราหู ซึ่งตรงกับความเชื่อของคนจีนว่าเลข ‘8’ คือเลขนำโชค ประกอบกับนายชัชชาติ มีเดือนเกิดอยู่ในราศีพฤษภด้วย
ส่วน ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ‘พี่เอ้ – ดร.เอ้’ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะได้หมายเลข 4 ที่คนจีนไม่นิยม มองว่าเลขนี้ไม่มีความเป็นมงคลใด ๆ แต่ ดร.เอ้ได้ประกาศ “จะใช้เบอร์ 4 ให้ได้ทำงาน รับใช้พี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานคร ให้ได้” พร้อมเดินหน้าหาเสียงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของ กทม.ต่อไป
ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่เพิ่งลาออกจากผู้ว่าฯ กทม.เพื่อมาลงสมัครอิสระ ถือเป็นบุคคลที่ได้รับแรงสนับสนุนมากที่สุด ทั้งจากพรรคการเมือง นักการเมือง ข้าราชการ กทม.ทหาร ตำรวจ รวมทั้งคน กทม.เพราะนั่งบริหาร กทม.มาเกือบ 10 ปีซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สุดของเขาที่สามารถเข้าถึงเกือบจะทุกพื้นที่ของ กทม.
วันนี้ ‘บิ๊กวิน’ ได้หมายเลข 6 ในทางศาสตร์ตัวเลขของจีนเลข 6 ก็ถือเป็นเลขนำโชคเช่นกัน และอาจจะเป็นอย่างที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและเคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. 2 ครั้ง ได้วิเคราะห์สั้น ๆ ว่า “อัศวินจะเป็นม้ามืด” พร้อมเตือนนายชัชชาติ อย่าไปคิดนอนใจในโพล
ด้านผู้สมัครพรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่หาเสียงแบบหวือหวา เช่นกรณีจะทวงคืนสนามหลวงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ซึ่งถือว่าได้ใจคนบางกลุ่ม วันนี้ได้หมายเลข 1 ซึ่งในศาสตร์ตัวเลขจีนมองว่า ‘1’ ให้ความหมาย โดดเดี่ยว จึงจัดว่าเลขไม่เป็นมงคล
แต่ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร กลับมองตรงกันข้ามโดยเคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงเลข 0- 9 ไว้ว่าเลข 1 มีความหมายว่า พบเจอชัยชนะ!
อย่างไรก็ดี นั่นเป็นเพียงหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เท่านั้น แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
กทม.ที่บรรดาพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระเชื่อว่าศึกเลือกตั้งผู้ว่ าฯกทม.ครั้งนี้ร้อนแรงและดุเดือดมากแน่นอน
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีเดิมพันว่าพรรคไหนจะปักธงในกทม.ได้ !
แหล่งข่าวจากพรรคร่วมรัฐบาล บอกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ มี 2 นัยซ้อนกันอยู่ ซึ่งถือเป็นการมองข้ามช็อต คือ
1.เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2.เป็นการปักธงเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคต่าง ๆ ใน กทม. ดังนั้นสิ่งที่จะเห็นจากนี้ไปไม่ใช่เพียงรูปแบบการทำลายป้ายหาเสี ยงของคู่ต่อสู้แบบเดิม ๆ หรือการย้ายป้ายคู่แข่งไปในพื้นที่ห้ามหาเสียง แต่จะเป็นการใช้กลยุทธ์ IO : lnformation Operation ซึ่งเป็นยุทธการทางข้อมูลข่าวสารโจมตีคู่ต่อสู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ที่เป็นเครือข่ายสนับสนุนพรรคหรือผู้สมัครของตัวเอง ซึ่งจะมีทั้งปล่อยข่าวลับ แพร่ข่าวลวงและข่าวบิดเบือน เป็นต้น
“IO จะเป็นกลยุทธ์ทำร้ายคู่ต่อสู้ได้ดีที่สุดในยุคนี้ ก็ต้องไปดูกันว่าสื่อเครือข่ายไหนสนับสนุนผู้สมัครคนใด ถ้าพรรคหรือผู้สมัครแก้เกมไม่ทันประชาชนหลงเชื่อที่ถูกปล่อยออกมาโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายโอกาสพ่ายแพ้มีสูงที่สุด”
ตัวอย่างกรณีที่ ดร.เอ้ โดนมาแล้วมีการขุดเรื่องความร่ำรวยผิดปกติออกมาโจมตีช่วงเปิดตัวลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์
และเชื่อว่าปัจจุบันยังมีการส่งคนเข้าไปขุดข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเก็บไว้เวลาจำเป็น ในสมัยที่ ดร.เอ้ เป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ไว้อีก
“ถ้าคะแนน ดร.เอ้ ไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นก็ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ก.ในพื้นที่ลุยงานหาเสียงจนดันคะแนน ดร.เอ้ ขึ้นมาได้เชื่อว่าข้อมูลพวกนี้ถูกเอาออกมาถล่มอีกแน่”
นอกจากนี้นายชัชชาติ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่โดน IO มาแล้วและจะโดนหนักขึ้น ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ต้องการ
จให้นายชัชชาติ ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.เพราะถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.ก็เป็นโอกาสให้พรรคเพื่อไทยปักธงในพื้นที่ กทม.ได้ด้วยสำหรับประเด็นต่าง ๆ ที่ นายชัชชาติ จะถูกโจมตีนั้นจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยที่ถือเป็นจุดอ่อนที่นายชัชชาติจะต้องแก้ให้ได้เพราะนายชัชชาติเคยเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยมาก่อน
“3 เรื่องที่ชัชชาติ ต้องชัดเจน คือเรื่องความสัมพันธ์เพื่อไทยเรื่องหาเสียงพบปะกับชาวไทยมุสลิมมีประชาชนพื้นที่นั้นประกาศให้กำลังใจคณะหาเสียงของนายชัชชาติ ว่าเพื่อไทยสู้ ๆ เพื่อไทยชนะอยู่แล้วและเรื่องความสัมพันธ์กับพวก 3 กีบทุกอย่างต้องอธิบายได้”
ว่ากันว่า IO ครั้งนี้ จะเป็นการโจมตีว่าหากนายชัชชาติแพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็จะกลับไปอยู่ในระดับแกนนำของพรรคเพื่อไทย
ซึ่งเรื่องนี้นายชัชชาติ เคยประกาศให้สังคมได้รับรู้แล้วว่าถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.ก็จะยุติบทบาททางการเมืองและจะหันไปทำงานด้านสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมในด้านต่าง ๆ
“ปัจจุบันนายชัชชาติ ก็ยืนยันถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งก็จะยุติบทบาท เพราะขนาดลงพื้นที่มากี่ปี เข้าใจเรื่องของท้องถิ่น พร้อมที่จะบริหารเพื่อให้คน กทม.มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นประชาชนยังไม่เอาเลย ผู้ว่าฯ กทม.ยังเป็นไม่ได้แล้วจะไปเป็นอะไรได้อีก”
แหล่งข่าวระดับแกนนำของนายชัชชาติ ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่ว่านายชัชชาติ จะวางมือหากไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ เพราะนายชัชชาติ ต้องการแสดงเจตจำนงและบอกกับคน กทม.ทุกคนได้รับรู้ว่าเขาได้ตัดความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยเด็ดขาด จึงเลือกที่จะลงในนามอิสระ เพราะการเป็นผู้ว่าฯกทม.ต้องทำงานกับรัฐบาลได้ทุกพรรคจึงต้องมีความชัดเจน
“เรื่องนี้นายชัชชาติ และพวกเรา ก็รู้ว่ามีกลุ่มคนพยายามจะปั่นกระแส ให้เราใกล้ชิดเพื่อไทย เพื่อไม่ให้กลุ่มที่ถูกเรียกว่าสลิ่มเลือกนายชัชชาติ และก็มีIOอีกฝ่ายที่ต้องการให้เราทะเลาะกับเพื่อไทยจะได้ไม่ให้พวกหนุนเพื่อไทยมาเลือกชัชชาติ ก็พอจะรู้ว่าเป็นกลุ่มไหนที่กำลังปล่อยเรื่องนี้ เชื่อว่ายิ่งใกล้ ๆเลือกตั้งนายชัชชาติ ถูกจัดหนักประเด็นนี้แน่”
แหล่งข่าวบอกอีกว่า จากนี้ไปการหาเสียงจะเริ่มเข้มข้นและดุดันขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้เป็นการวางกลยุทธ์ไปสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ เลือกตั้ง ส.ส.และพื้นที่ กทม. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
และพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ต้องการที่จะให้พรรคฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทยหรือก้าวไกล ยึดพื้นที่ได้ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องลงมาเพื่อช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่เป็นพวกของตัวเองได้ชัยชนะ
“นายกฯ ตู่ หมดกระดานเล่น ต้องสู้ เลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้ากทม.มี ส.ส.ได้ 34 คน จะปล่อยให้ชัชชาติ หรือ วิโรจน์จากพรรคก้าวไกลได้ไปหรือ ถ้า 1ใน 2 คนได้เป็นผู้ว่าฯกทม.ก็ต้องถามต่อว่าพรรคไหนจะได้ปักธงใน กทม.”
ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็คือการเดิมพันว่าพรรคไหนจะได้ปักธงใน กทม.คว้า เก้าอี้ ส.ส.34ที่นั่งในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นต่อไป
โดยเฉพาะทุกพรรคกำลังประเมินข้อมูลเรื่องจำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งหรืออายุ 18 ปีขึ้นไปใน กทม.ซึ่งกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ระบุไว้ มีจำนวนทั้งสิ้น 4,556,776 รายในจำนวนนี้เป็น นิวโหวตเตอร์ หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจำนวน 61,228 ราย กลุ่มนี้จะเทไปที่ผู้สมัครคนใดบ้าง
“เราไม่คิดนิวโหวตเตอร์จะมีแค่ 61,228 ราย เพราะมีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งสุดท้ายปี 2556เวลานี้จึงมีนิวโหวตเตอร์ที่ยังไม่เคยได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว 9 ปี อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี ซี่งทุกพรรคและผู้สมัครมองเห็นตัวเลขประมาณการจะอยู่ที่ 5-6
แสนคน ซึ่งก้าวไกลจะได้ไปบางส่วน แล้วที่เหลือผู้สมัครคนไหนจะได้กลุ่มนี้ไปบ้าง”
แหล่งข่าวประเมินอีกว่า พรรคก้าวไกล มีจุดขายที่ชัดเจนคือความเป็นประชาธิปไตยและต้องการขจัดความเหลื่อมล้ำให้ได้
ซึ่งเป็นประเด็นหาเสียงที่โดนใจพวกนิวโหวตเตอร์มากและถ้าพรรคนี้สามารถดึงสลิ่มกลับใจไปได้อีกก็จะทำให้นายวิโรจน์ เป็นคู่แข่งที่น่ากังวลของนายชัชชาติแน่นอน
“มีการประเมินกันเฉพาะตัวเด่น ๆ เดิมมองว่าบิ๊กวินได้เปรียบจะสู้กับชัชชาติโดยตรง แต่วันนี้ว่ากันว่าข้อมูลใหม่ พลังประชารัฐ ทหาร จะหันมาหนุน นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯกทม. อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์และกลุ่ม กปปส. ผู้สมัครอิสระแทนบิ๊กวิน
ส่วนพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ส่ง น.ต.ศิธา ทิวารี เบอร์ 11 ลงมา ก็มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า
พรรคนี้ต้องการช่วยพรรคไหนกันแน่”
ส่งผลให้พรรคการเมืองและผู้สมัครบางคน จึงหันไปวิเคราะห์และประเมินเขตพื้นที่ที่เคยถูกระบุว่าเป็นฐานเสียงคุณหญิงสุดารัตน์ โดยเฉพาะโซนเหนือ และตะวันออก ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคเพื่อไทย นั่นต้องการช่วยเหลือใคร หรือ เจตนาจะเตะตัดขาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนใดกันแน่
จากนี้ไปสมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ปฏิบัติการ IO ถล่มคู่ต่อสู้ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง
22 พฤษภาคม เพราะศึกครั้งนี้ถูกมองข้ามช็อตไปถึงพรรคการเมืองไหนจะสามารถปักธง ส.ส.ในกทม.ได้
