ในวงสนทนาการเมือง พูดกันมากถึงการกำหนดวัน เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกพัทยา ซึ่งกกต.หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลือกเอาวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม เป็นฤกษ์งามยามดี แต่ก็บังเอิญพอดีที่ตรงกับวันยึดอำนาจการปกครองเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
ทั้งผลจากการรัฐประหารล้มประชาธิปไตยในวันดังกล่าว ทำให้สิทธิในการเลือกผู้บริหารท้องถิ่นของประชาชนในกทม.และในพัทยาต้องสูญเสียไปด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ที่เคยยิ่งใหญ่สง่างาม เพราะมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนคนเมืองหลวง
กลายเป็นผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้งด้วยอำนาจคณะรัฐประหาร
ดังนั้น เมื่อถึงเวลาได้กลับมาเลือกตั้งกันอีกครั้ง แถมเป็นวันที่ 22 พฤษภาคมอีกด้วย
จึงยิ่งตอกย้ำบาดแผลการเมืองไทย และอาจจะมีส่วนให้ประชาชนฝ่ายที่รักประชาธิปไตย ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจว่าจะเลือกใครอีกด้วย!
แน่นอนว่า เหตุผลที่ประชาชนจะตัดสินใจเลือกใครเข้ามาเป็นผู้บริหารท้องถิ่น คงมีหลากหลายมุมมอง
ความสามารถส่วนบุคคล ความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจอย่างแท้จริงต่อปัญหาในพื้นที่และวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาต้องเป็นเรื่องสำคัญ
แต่ที่มาทางการเมือง บางคนมีสังกัดพรรค รวมไปถึงจุดยืนทางการเมือง ก็อาจจะมีส่วนร่วมผสมผสานในการตัดสินใจด้วย!
จึงกล่าวได้ว่า ความรอบรู้ความสามารถ ย่อมเป็นคุณสมบัติหลัก แต่แนวทางการเมืองก็ขาดไปไม่ได้
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในวันที่ 22 พฤษภาคม จึงยิ่งตอกย้ำจุดยืนประชาธิปไตยกับเผด็จการ ให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยิ่งตระหนักมากขึ้น!!
แน่นอนว่า คนที่ไปร่วมเป่านกหวีดเมื่อปี 2557 ร่วมกวักมือเรียกหารถถัง จำนวนหนึ่งอาจจะยังไม่เปลี่ยนความคิด
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.งวดนี้ อาจจะยังไปเลือกผู้สมัครที่เป็นนักเป่านกหวีดอย่างแน่วแน่
แต่คนจำนวนไม่น้อย ที่อยู่อย่างยากลำบากทางเศรษฐกิจ ยิ่งปักใจว่า เพราะการรัฐประหาร คือจุดหักเหประเทศชาติ ทำให้ธุรกิจการค้าดิ่งลงเหว!!
ยิ่งผู้นำรัฐบาลทหารอยู่ยาวนาน มาเจอวิกฤตโควิด ที่ฉุดเศรษฐกิจทรุดหนัก ยิ่งทำให้เข็ดหลาบกับการรัฐประหารและรัฐบาลขุนทหาร
แถมกติการัฐธรรมนูญ ยังทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจ มีการสืบทอดอำนาจ
ซึ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ทันโลก พลอยทำให้สิ้นหวังไปตามๆ กัน
ถ้าการเมืองเป็นไปตามประชาธิปไตยปกติ
มีการปรับเปลี่ยนได้ง่ายดาย เพื่อให้ได้ผู้นำประเทศเหมาะสมกับสภาพปัญหาในแต่ละช่วง
วันนี้เราอาจจะมีความหวังสดใสมากมายกว่าปัจจุบัน
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีประเด็นเรื่องฝีมือการบริหารแต่คงมีความอัดอั้นทางการเมืองเข้ามามีส่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้!
วงค์ ตาวัน

