ทีมโฆษกศบค.ขอความร่วมมือผู้ติดโควิด ที่กลับภูมิลำเนาเข้าสู้ระบบรักษา-ไม่เคลื่อนย้าย พบคลัสเตอร์ใหม่ตจว.ยังพุ่ง ระยองบ.ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า 92 ราย กทม.พบเชื้อเดลต้า 5 เขตกทม.ลุยตรวจเชิงรุก 139 ชุมชน ผอ.ศบค.ย้ำต้องไม่มีคนตายที่บ้าน
วันนี้ (21ก.ค.) เวลา 12.30น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.)
แถลงว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิด รายใหม่ในประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ค.ประกอบด้วย กรุงเทพฯ2,921 ราย สมุทรสาคร 932 ราย นนทบุรี 661 ราย สมุทรปราการ 656 ราย ชลบุรี 636 ราย ฉะเชิงเทรา 374 รายปทุมธานี 350 ราย ระยอง 305 ราย ปัตตานี 282 ราย และพระนครศรีอยุธยา 235 ราย ทั้งนี้ ในวันเดียวกันนี้มีการรายงานว่าที่จังหวัดมหาสารคาม มีผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 เดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ อยุธยา และชลบุรีกลับไปยังมหาสารคาม โดยมีการสัมผัสทำให้มีผู้ติดเชื้อร่วมบ้าน จังหวัดกาฬสินธุ์ คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างจากอำเภอวังน้อยอยุธยา เดินทางกลับบ้านกาฬสินธุ์ และศรีสะเกษ ผู้ติดเชื้อจากกรุงเทพฯและปริมณฑลเดินทางกลับไปยังศรีสะเกษทำให้พบยอดผู้ติดเชื้อในศรีสะเกษเพิ่มขึ้น ขณะที่ขอนแก่นมีการรายงานผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เป็นกลุ่มที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการรายงานผู้ติดเชื้อที่ตลาดราชวัตร เช่นเดียวกับนครราชสีมาผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 เดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าการขอความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในกรณีที่เป็นผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ขอให้เข้าสู่ระบบการรักษาโดยไม่เคลื่อนย้าย เพราะสิ่งสำคัญการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมทางกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า เตียงในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มปริมาณสูงและมีความตึงพอสมควร โดยอันดับแรกหากต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อไปรักษาจำเป็นต้องมีการติดต่อโรงพยาบาลปลายทางก่อนเสมอ เพราะอาจจะได้รับการปฏิเสธเพราะจังหวัดปลายทางอาจจะไม่สามารถดูแลท่านได้ตอนนี้สิ่งสำคัญกรมการแพทย์รายงานว่าผู้ติดเชื้อมากถึง 70-80เปอร์เซ็นต์จะเป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ (สีเขียว)
พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ในต่างจังหวัดประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ที่โรงงานห้องเย็นคลัสเตอร์ใหม่ 24 ราย จังหวัดสมุทรปราการอำเภอบางเสาธง ที่โรงงานอาหารสัตว์คลัสเตอร์ใหม่ 40 ราย และจังหวัดระยอง อำเภอปลวกแดง ที่บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คลัสเตอร์ใหม่ 92 ราย และอำเภอแกลง ตลาดสิริภิบาลพัฒนา คลัสเตอร์ใหม่ 12 ราย
พญ.อภิสมัย ยังแถลงว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของกรุงเทพฯและปริมณฑล มีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยกรุงเทพฯรายงานพบการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ตอนนี้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ในหลายจุด ตอนนี้พบ 5 เขตในกทม.ที่พบเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ประกอบด้วย เขตจตุจักร เขตบางรัก เขตจอมทองเขตคลองเตย และเขตหลักสี่ ตรงนี้ทำให้กรุงเทพฯพยายามที่จะพุ่งเป้าจัดทีมป้องกันและแก้ไขปัญหา โควิด-19 เชิงรุกในชุมชน เพื่อค้นหาผู้ป่วยในชุมชนและได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด โดยการรายงานวันที่ 15-20 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยสำนักอนามัยรายงาน ว่า มีการลงพื้นที่ทั้งสิ้น 139 ชุมชน เดินเท้าเคาะประตูบ้าน มีผู้ได้รับบริการทั้งสิ้น 4,583 รายและในจำนวนดังกล่าว ด้วยการตรวจ Antigen test kit พบว่ามีการตรวจโควิดในวันที่ 20 ก.ค.พบ 383 ราย พบผลติดเชื้อโควิด 37 ราย และเข้าสู่ระบบการแยกกักตัวที่บ้าน ( home isolation ) มี 3 ราย มีข้อจำกัดที่บ้านไม่สามารถแยกจากบุคคลในครอบครัวจึงเข้าสู่การแยกกักในชุมชน (Community Isolation) ซึ่งใน 3 ราย ตรวจพบมีอาการอยู่ในระดับสีเหลือง โดยมีการส่งต่อไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลแล้ว ทั้งนี้ มีการสอบสวนโรคต่อไปโดยมีผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงกับผู้ที่ติดเชื้อ โควิด-19 ในกลุ่มดังกล่าวอีก 134 ราย แม้ผลไม่ติดเชื้อ แต่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เพราะกรุงเทพฯรายงานว่า กลุ่มที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอาจจะมีโอกาสกลายเป็นผู้ติดเชื้อมากถึง 11 เปอร์เซ็นต์
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ทั้งนี้ ผอ.ศบค.เน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีคนเสียชีวิตที่บ้านจากโรค โควิด-19 ดังนั้นเมื่อมีการเจ็บป่วยจะต้องนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบให้เร็วที่สุดสิ้น จึงมีการขยายการตรวจ Antigen test kit ให้มากที่สุด.

