
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ประชุมขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยมี นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการศึกษา ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และศึกษานิเทศก์ กว่า 700 คนร่วมประชุม
ในตอนหนึ่ง นายศานนท์กล่าวในประเด็นนโยบายเกี่ยวกับ ‘ครู’ ว่า หากโรงเรียนดีแล้ว แต่ว่าคุณภาพชีวิตของครูเรายังไม่ดี ก็ไม่สามารถสร้างการเรียนรู้ที่ดี การศึกษาจะดีไม่ได้ ปัจจุบันเรามีครูประมาณ 14,535 คน ครูคือกำลังหลักสำคัญ เพราะว่าใกล้ชิดกับเด็กนักเรียนที่สุด ครูต้องลดภาระพวกงานเอกสาร ลดงานโครงการ เอาเทคโนโลยีมาช่วย และต้องมีสวัสดิการที่ดีขึ้น
“ปลดล็อกที่ 1 คือ ครู มีนโยบายคืนครูให้กับนักเรียน ลดภาระงานของครู ซึ่งเรื่องนี้เรามีเทคโนโลยีที่ทางสำนักการศึกษาก็ได้จัดสรรมาแล้ว จะมาเป็นเครื่องมือหลักที่จะลดภาระของครูให้มีเวลาว่างมากขึ้นในการดูแลเด็กนักเรียน
ปลดล็อกที่ 2 การเลื่อนวิทยฐานะ อาจจะมีเกณฑ์ที่ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ ต้องมาทบทวนว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เราได้เลื่อนวิทยฐานะ โดยมีบุคลากรที่มาช่วยดูแลเด็กนักเรียนได้มากขึ้น
ปลดล็อกที่ 3 จะเป็นเรื่องของการเพิ่มสวัสดิการของคุณครู จะมีโครงการที่พยายามทำบ้านพักครูอยู่ใกล้โรงเรียนมากขึ้น ต่อมาเป็นกลุ่มนโยบายเกี่ยวกับหลักสูตร ที่จะนำมาเพิ่มให้เป็นการเรียนรู้ครบวงจรขึ้น คือนโยบาย After School Program หรือว่ากิจกรรมหลังเลิกเรียน เพราะบางทีผู้ปกครองก็จะมารับเด็กค่อนข้างช้า กว่าจะมาก็ช่วงเย็น เราอาจจะจัดคล้ายๆ ว่าเป็น After School Program ขึ้นมา จะเป็นสอนการบ้าน หรือเล่นกีฬา หรือเล่นดนตรี ในช่วงรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน อีกส่วนหนึ่งอาจจะเปิดพื้นที่วันเสาร์อาทิตย์ในการเรียนการสอนนักเรียน อาจจะร่วมมือกับภาคีที่เขาทำมาแล้ว หรืออาจจะไปร่วมมือกับศูนย์สร้างสุขทุกวัยของกทม. ในการบูรณาการการเรียนรู้เพิ่มเติม อาจจะไม่ต้องทำเองไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับครู แต่ว่าบูรณาการร่วมกับศูนย์สร้างสุขทุกวัยซึ่งทำร่วมกับชุมชนอยู่แล้ว ภายในสัปดาห์หน้าในเดือนกรกฎาคมนี้ ตั้งเป้าจะนำร่อง 50 โรงเรียน ที่จะมี After School Program ซึ่งมีหลายๆ เขตที่ทางคณะกรรมการการศึกษาได้เลือกไว้แล้ว
คิดว่าจะนำร่องได้ทันที ซึ่งจะมี 2 แบบ แบบที่ 1 คือหลังเลิกเรียน แบบที่ 2 คือเสาร์อาทิตย์ รวมถึง 9 โรงเรียนที่จะจัดสรรผ้าอนามัยให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งมีหลายเขตได้เริ่มทำแล้ว เพราะการปลดล็อก จะต้องทำทันที ต้องรีบปรับปรุง ถ้าปลดล็อกแล้วปล่อยไว้ ก็จะกลับไปเข้าสู่ระบบเดิม จะไม่มีความสำคัญอะไร” นายศานนท์กล่าว
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

