ถูกจับตามองอย่างยิ่งสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่จะมาถึงหลังจากไม่มีการเลือกตั้งมานานกว่า 9 ปี
หลังจากที่ครม.เห็นชอบและให้กกต.เคาะวันที่แน่ชัด ซึ่งน่าจะทราบภายในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ว่าจะเป็นวันไหนกันแน่ในช่วงเดือนพ.ค.
ทำให้การเมืองท้องถิ่นขนาดใหญ่คึกคักขึ้นมาทันใด และน่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัคร ทั้งที่ลงในรูปแบบอิสระ และสังกัดพรรคการเมือง
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
ที่น่าสนใจมาก จนไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ ก็คงจะเป็นนายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ ที่ประกาศตัวลงสมัครด้วยเช่นกัน
เพราะทันทีที่ประกาศ ก็มีแรงหนุนอย่างเต็มที่จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ที่เคยชัตดาวน์กรุงเทพฯ เมื่อปี 2557 ประกาศปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
จนกลายเป็นต้นเหตุการรัฐประหารยึดอำนาจจากคณะคสช. ได้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ
เกิดรัฐธรรมนูญ 2560 ได้สูตรพิสดารพันลึกในการนับจำนวนส.ส. มี 250 ส.ว. จนสุดท้ายได้พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ อีกรอบหนึ่ง และเป็นอยู่จนถึง ทุกวันนี้
ขณะที่นายสุเทพเองก็ชื่นชมนาย สกลธี ว่าเป็น 1 ในกลุ่มที่ร่วมขบวนการ กปปส. อย่างแน่วแน่จริงจัง
จึงไม่ได้เป็นการเกินเลยหากจะบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ถึงทุกวันนี้ มีนายสกลธีเป็น 1 ในขบวนการขับเคลื่อน
หลังจากรัฐประหาร หลายคนในกปปส.ได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่นายสกลธีได้เป็น รองผู้ว่าฯ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมาร่วม 4 ปี
จนมาวันนี้บอกว่ากรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้ ก็ต้องถามว่าแล้วที่ผ่านมาทำไมมันถึง ไม่ดีขึ้น
คุณภาพชีวิตคนกรุง ฟุตปาธที่เดินจนขาพลิก ขนส่งมวลชนที่ไม่พัฒนา น้ำที่ต้องรอระบายซ้ำซาก เหตุใดไม่ดีขึ้นในสมัยที่นายสกลธีดำรงตำแหน่ง
ติดขัดอยู่ที่ไหน อย่างไร!??
และที่แน่ๆ นายสกลธียังติดค้าง คำตอบกับประชาชนชาวกทม. และ คนไทยทั้งประเทศ ว่าสิ่งที่ได้ทำไปในช่วงเป็นกปปส.นั้น ถูกแล้ว ชอบแล้วอย่างไร
แล้วการปฏิรูปที่ว่าไว้ สำเร็จมรรคผลบ้างหรือไม่ การทุจริตโกงกินน้อยลงไหม
รวมทั้งคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร
ทั้งหมดล้วนเป็นคำถามที่นายสกลธี ควรเคลียร์ตัวเองก่อนจะลงเลือกตั้ง
ประชาชนจะได้เลือกถูกว่าจะเอาอย่างไร!!!
รุก กลางกระดาน

