
สธ.กังวล ตจว.ติดโควิดหลักหมื่น แซงกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ย้ำขออย่าด้อยค่าวัคซีน เผยจะมีการจัดหาซิโนแวคเพิ่มอีก 12 ล้านโดส ใช้ประโยชน์ช่วงที่ ‘แอสตร้าฯ’ มีข้อจำกัดเรื่องการจัดส่ง
วันนี้ (17 ส.ค.64) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 20,128 รคน ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้ว 948,442 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 239 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 7,879 คน ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยอดสะสม 24 ล้านโดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 18.3 ล้านโดส ส่วนเข็มที่ 2 จำนวน 5.2 ล้านโดส หรือ ร้อยละ 7.3 และเข็มที่ 3 จำนวน 501,477 คน นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติในประเทศไทยฉีดไปแล้ว 356,337 คน
“ส่วนวัคซีนที่ฉีดนั้น แยกเป็น ซิโนแวค 11,399,456 โดส แอสตร้าเซเนก้า 10,255,294 โดส ซิโนฟาร์ม 2,036,818 โดส และไฟเซอร์ 409,066 โดส (ข้อมูล ณ 16 ส.ค.64 เวลา 18.00 น.)” นพ.เฉวตสรร กล่าวและว่า สำหรับการฉีดวัคซีนนั้น พบว่า บุคลากรการแพทย์ เข็มที่ 1 จำนวน 857,547 คน บุคลากรด่านหน้า 984,152 คน ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ยังเน้นการฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์สาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า หากมีข้อสงสัย หรือพบความผิดปกติขอให้แจ้งไปที่ สธ. เพื่อให้การฉีดถูกต้อง ตรงกับวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกัน ได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่า การฉีดต้องเป็นไปตามแนวทาง ถ้ามีความผิดปกติ ถือเป็นความรับผิดชอบในระดับจังหวัดที่จะต้องสืบสวนในกรณีที่เกิดการร้องเรียนขึ้น

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า จากข้อมูลการติดเชื้อรายวัน พบว่านับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา พบอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในต่างจังหวัดเริ่มแซงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว โดยข้อมูลล่าสุด ต่างจังหวัดพบมีการติดเชื้อใน 71 จังหวัด จำนวน 10,785 คน หรือ ร้อยละ 54 ส่วนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 9,061 คน หรือ ร้อยละ 46 สะท้อนว่า การกระจายของโรคไปจังหวัดอื่นๆ ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ให้ความสนใจในประเด็นนี้ รวมถึงมาตรการในสถานประกอบการโรงงานที่จะใช้บับเบิล แอนด์ ซีล เพื่อให้โรงงานยังเปิดและขับเคลื่อนต่อไปได้
นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 239 คน พบว่าอยู่ในกรุงเทพฯ 79 คน ส่วน สมุทรปราการ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม ปทุมธานี รวม 53 คน จำนวนนี้พบว่าผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 158 คน และน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคเรื้อรัง จำนวน 60 คน และหญิงตั้งครรภ์ชาวเมียนมาใน จ.สมุทรสาคร 1 คน หากแยกตามกลุ่มอายุของผู้เสียชีวิต ในกรุงเทพฯ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าอายุ 61 ปีขึ้นไป มีอัตราเสี่ยงสูง โดยสถิติช่วงเดือน เม.ย.64 ร้อยละ 6.97 เดือน พ.ค.64 ร้อยละ 9.1 เดือน มิ.ย.64 ร้อยละ 14.62 และเดือน ก.ค.64 ร้อยละ 12.70
นพ.เฉวตสรร ยังกล่าวย้ำว่า วัคซีนทุกตัวที่องค์การอนามัยโลกให้การรับรองแล้ว ถือว่ามีประสิทธิภาพ อย่าไปด้อยค่าว่าเป็นวัคซีนชนิดไหน โดยเฉพาะวัคซีนซิโนแวคนั้น ผ่านการรับรองแล้ว และพบว่ายังใช้ประโยชน์ได้ดีอยู่ สำหรับการนำมาฉีดไขว้กัน ทำให้ภูมิคุ้มกันขึ้นสูง ทั้งนี้ จะมีการจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 12 ล้านโดส เพื่อจะนำมาใช้ประโยชน์ ในช่วงที่วัคซีนแอสตร้าฯ มีข้อจำกัดเรื่องการจัดส่งให้ประเทศไทย
ด้าน นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการวัดค่าประสิทธิผลของวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยว่า คณะทำงานติดตามประสิทธิผลวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ทำการศึกษาการฉีดวัคซีน เพื่อประเมินประสิทธิผล จากข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ติดเชื้อจำนวนกว่า 3,900 คน พบว่า บุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคมาครบ 2 เข็ม สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดได้ ร้อยละ 72 ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ครบ 2 เข็ม พบว่า ป้องกันการติดเชื้อได้มากถึงร้อยละ 96 หากฉีดไปเพียงเข็มเดียว ป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 88
“เพราะฉะนั้น สรุปว่าวัคซีนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะลดการติดเชื้อ อาการเจ็บป่วยรุนแรง และเสียชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็น วัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม หรือ แอสตร้าฯ 1 หรือ 2 เข็ม ก็จะช่วยลดการป่วยรุนแรงได้” นพ.ทวีทรัพย์ กล่าว


