
สัญญาณดี ‘องอาจ’ เผย คนกทม.กระเตื้อง หันกลับมาหนุนประชาธิปัตย์
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่โรงแรมแคนทารีฮิลล์ จ.เชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จัดสัมมนาส.ส. รัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของพรรค ซึ่งในช่วงบ่ายได้ให้รองหัวหน้าพรรคแต่ละคนนำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และนำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเลือกตั้ง
โดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ดูแล กทม. รายงานว่า การเตรียมการงานเมืองในพื้นที่ กทม. และในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เราได้เตรียมการเรื่องนโยบายสำหรับพื้นที่ กทม.มานานแล้ว โดยได้มีการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็น สอบถามความคิดเห็นทั้งคนในและนอกพรรค และกระบวนการอื่นๆ รวมถึงนำนโยบายที่เคยทำไว้ในอดีตมาปรับปรุงแก้ไข ให้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน เมื่อดำเนินการตรงนี้เสร็จแล้วเราก็ได้ดำเนินการพิจารณาหาบุคคลมาเป็นผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้จะมาลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. จนได้ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และในสถานการณ์ที่ประชาธิปัตย์ไม่มี ส.ส.ใน กทม.เลย ได้ให้อดีต ส.ส.ช่วยคัดเลือก ส.ก.
นายองอาจกล่าวต่อว่า การทำงานในพื้นที่ กทม.ภาครวมตอนนี้คือเดินหน้าเตรียมการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และเลือกตั้ง ส.ก.ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก และทุกคนทราบดีว่าในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เราไม่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งสาเหตุมาจากอะไรทุกคนก็ทราบกันดี แต่จากการลงพื้นที่มาต่อเนื่องของเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าผู้ที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วไปสนับสนุนและลงคะแนนให้พรรคการเมืองอื่น ตอนนี้มีหลายพื้นที่ ที่คนเหล่านั้นหันกลับมาสนับสนุนประชาธิปัตย์
บางคนมาพูดกับตนว่า ขอโทษที่ครั้งที่แล้วไปเลือกพรรคอื่น แต่ครั้งนี้ขอกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จะมาเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.และผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคิดว่าตรงนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่นั่นก็เป็นความคิดเห็นของประชาชนบางส่วน เพราะยังมีสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออยู่ที่ตัวเรา จึงย้ำกับผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก.ของพรรคว่าทุกคนต้องทำงานหนักแข่งกับตัวเอง เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความพยายามของเราทุกวิถีทาง ซึ่งจะทำให้ผู้สมัครของพรรคทั้งที่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.และผู้สมัคร ส.ก.ได้รับชัยชนะ โดยภาพรวมตนเชื่อมั่นว่าสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

