เพิ่มยุ่งยาก-สับสนเปลี่ยนชื่อกรุงเทพฯ – คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบใน หลักการร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้เสนอ
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
จากนี้ไปก็จะส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติ ที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา โดยให้รับข้อสังเกตของกระทรวงการ ต่างประเทศ ไปประกอบการพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป
สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ประกาศเปลี่ยนชื่อ เมืองหลวงของ “ประเทศไทย” จาก “Bangkok” เป็น “Krung Thep Maha Nakhon (Bangkok)”
นอกจากนี้ ยังเพิ่มชื่อเมืองหลวงของประเทศอิตาลีจาก “โรม” โดยเพิ่มคำว่า “โรมา” เข้ามาด้วย
รวมถึงเมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย “กัวลาลัมเปอร์” ก็เพิ่มคำว่า “กัวลาลุมปูร์” ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของการเปลี่ยนเมืองของประเทศไทยในภาคภาษาอังกฤษจากเดิม Bangkok มาเป็น Krung Thep Maha Nakhon (Bangkok) นั้น ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะชื่อเดิมนั้นติดปากเป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
การเปลี่ยนมาใช้คำใหม่ทำให้ตัวอักษร ยาวขึ้นโดยไม่จำเป็น
จากเดิม 7 ตัวอักษร เพิ่มมาเป็น 19 ตัวอักษร
ถ้ารวมช่องไฟอีก 3 ช่อง ก็เป็น 22 ตัวอักษร
ต่อมา สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ชี้แจงว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติ ที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา ประกอบกับข้อสังเกตของกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนดำเนินการต่อไป
ส่วนคำว่า “กรุงเทพมหานคร” ยังคงใช้ว่า “Krung Thep Maha Nakhon” หรือ “Bangkok” ได้เช่นเดิม
คำชี้แจงดังกล่าวนี้ ก็ยิ่งทำให้เกิดความสับสนตาม คือให้ได้ทั้งสองชื่อ
หมายความว่าใครหรือหน่วยงานใดจะใช้ “Krung Thep Maha Nakhon” หรือ “Bangkok” ก็ได้ทั้งนั้นหรือไม่
แล้วความมีเป็นเอกภาพเป็นไปในทางเดียวกันอยู่ตรงไหน
ที่แน่ๆ ถ้ามีประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หน่วยงานราชการทั้งหลาย รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานเอกชน รวมถึงบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็ต้องยึดตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสารบรรณ
บางคนประชดส่ง ไหนๆ จะเปลี่ยนทั้งที ก็เอาให้เต็มที่สุดๆ ไปเลย
ใช้ชื่อแบบเต็มที่ยาวที่สุดในโลก นั่นแหละ (ฮา)

