วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
กรุงเทพมหานคร
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • กรุงเทพมหานคร
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
กรุงเทพมหานคร
No Result
View All Result
Home ข่าว

คอลัมน์การเมือง – คู่มือเลือกผู้ว่าฯ กทม.

กรุงเทพ by กรุงเทพ
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

วันก่อนผมมีโอกาสได้สนทนากับ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ท่านได้เขียน “คู่มือเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” ให้ผมพิจารณานำเสนอคนกรุงเทพฯ น่าสนใจดังนี้ครับ


ถึงวันนี้มีผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. หลายราย คงเป็นที่หนักใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าจะเลือกใครดี เลือกแล้วไม่ผิดหวัง สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้จริง ในฐานะที่ผม (ดร.สามารถราชพลสิทธิ์) เคยมีประสบการณ์ในการบริหาร กทม. ในตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. มาก่อน ผมจึงถูกสอบถามจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักมากมายว่ามีหลักเกณฑ์การเลือกผู้ว่าฯ กทม. อย่างไร? ผมจึงขอถือโอกาสนี้ตอบผู้ที่สอบถามมารวมทั้งผู้สนใจ ดังนี้

1.ผู้สมัคร

1.1 ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และภูมิหลังผู้ว่าฯ กทม. จำเป็นจะต้องเข้าใจปัญหาของกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี และจะต้องมีความรู้ความสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้นรวมทั้งจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยวได้ หากได้คนที่มีประสบการณ์การบริหารเมืองใหญ่หรือองค์กรขนาดใหญ่ หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองมาแล้วก็ยิ่งดี ที่สำคัญ ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องไม่มีภูมิหลังหรือประวัติด่างพร้อย ปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เราสามารถตรวจสอบภูมิหลังของผู้สมัครได้ไม่ยาก จะทำให้รู้ได้ว่า “ใครเป็นของจริง” หรือ “ใครเป็นของปลอม”

1.2 ความเป็นอิสระผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่สังกัดพรรคหรือเป็นผู้สมัครอิสระ ถ้ามีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) สนับสนุนมากพอก็สามารถบริหารงานได้อย่างราบรื่น ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ที่สังกัดพรรคหากมีเสียง สก. สนับสนุนน้อยก็จะมีปัญหาในการบริหารงาน

ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่สังกัดพรรคหรือไม่สังกัดพรรคก็มีความเป็นอิสระในการทำงานอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถเข้ามาครอบงำได้ถ้าตนเองไม่ยอม ในกรณีสังกัดพรรค ผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่จำเป็นจะต้องทำตามคำแนะนำของพรรคก็ได้ ถ้าเห็นว่าเป็นคำแนะนำที่ไม่เหมาะสม

ความได้เปรียบ-เสียเปรียบในการสังกัดพรรคหรือไม่สังกัดพรรคจึงอยู่ที่ขั้นตอนการหาเสียง กล่าวคือผู้สมัครที่สังกัดพรรคจะได้เปรียบหากพรรคที่ตนสังกัดอยู่เป็นที่นิยมชมชอบของคนกรุงเทพฯ จะทำให้ได้คะแนนที่เป็นฐานเสียงของพรรคมาเป็นคะแนนตุนไว้ในกระเป๋าก่อน เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ถ้ามีผลงานเป็นที่ประทับใจของคนกรุงเทพฯ ก็จะส่งผลดีไปถึงพรรคที่ตนสังกัดอยู่

1.3 ทีมงาน ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องมีทีมงานซึ่งประกอบด้วยรองผู้ว่าฯ กทม. และที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถตรงกับสายงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสั่งงานและกำกับติดตามงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องไม่แต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้รับตำแหน่งเหล่านี้เพราะได้รับทุนสนับสนุนในการหาเสียง หรือหวังผลประโยชน์ทางการเมือง เนื่องจากจะทำให้การทำงานไม่ได้ผล ด้วยเหตุนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ควรเปิดเผยทีมงานของตนว่ามีใครบ้าง ? และมีคุณสมบัติอย่างไร ?

1.4 ศักยภาพในการประสานงานผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะสามารถแก้ปัญหานานาประการของกรุงเทพฯ ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานอื่น และ/หรือจังหวัดในปริมณฑล เช่น การแก้ปัญหาจราจร ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาขยะ และปัญหา PM2.5 เป็นต้น ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องมีความสามารถในการประสานงาน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “นักประสานงาน 360 ํ” ไม่ใช่ “ศิลปินเดี่ยว”

2.นโยบาย

นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงจะต้องเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่เพ้อฝัน และตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ ยกตัวอย่างเช่น

2.1 การแก้ปัญหาจราจร

รถไฟฟ้า กทม. ไม่ควรลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายหลัก เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง หากรัฐบาลไม่สนับสนุนเงินให้ กทม. นับเป็นเรื่องยากที่ กทม. จะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายหลักได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ กทม. ควรหันมาลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายรองทำหน้าที่ขนผู้โดยสารมาป้อน (Feeder) ให้รถไฟฟ้าสายหลัก ดังเช่นรถไฟฟ้าสายสีทองที่ขนผู้โดยสารบริเวณคลองสานมาป้อนให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสะพานตากสิน-บางหว้าที่สถานีกรุงธนบุรี เป็นต้น รถไฟฟ้าสายสีทองเป็นรถไฟฟ้า APM (Automated People Mover) หรือรถไฟฟ้าไร้คนขับ ใช้เงินลงทุนต่ำกว่ารถไฟฟ้าสายหลัก

จุดเชื่อมต่อการเดินทาง (Intermodal Station) กทม. ควรเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างหรือปรับปรุงจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดรวมของยานพาหนะหลากหลายประเภท เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก รถส่วนตัวและเรือ ให้มีที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่รอรถและทางเดินที่มีหลังคากันแดดกันฝน เป็นต้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารในการเปลี่ยนใช้ยานพาหนะ ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ระบบจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Traffic System) กทม. ควรต่อยอดระบบจราจรอัจฉริยะที่ผมได้ริเริ่มไว้ในปี 2548 นั่นคือป้ายจราจรอัจฉริยะที่ติดตั้งคร่อมถนนมีแถบสีเขียว เหลือง และแดง แสดงสภาพการจราจรในถนนสายต่างๆ ช่วยให้ผู้ขับรถเลือกใช้เส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางน้อยที่สุดได้ ถึงวันนี้ กทม. ควรนำระบบจราจรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม เช่น ติดตั้งป้ายบอกที่จอดรถแบบ Real Time ป้ายนี้จะแสดงจำนวนที่จอดรถที่ว่างในอาคารต่างๆ ในพื้นที่ที่เราต้องการไป ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลานานในการวนหาที่จอดรถ เป็นต้น

2.2 การแก้ปัญหาน้ำท่วม

ทางด่วนน้ำ กทม. ได้สร้างอุโมงค์หรือ “ทางด่วนน้ำ” เพื่อขนน้ำไปปล่อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว ถึงเวลานี้เปิดใช้แล้ว 4 อุโมงค์ อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 1 อุโมงค์ กำลังจะก่อสร้างอีก 4 อุโมงค์ แต่อุโมงค์ดังกล่าวไม่สามารถทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” ได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากน้ำไหลไปถึงปากอุโมงค์ได้ช้า เพราะท่อระบายน้ำที่รับน้ำจากถนนมีขนาดเล็ก ทำให้เกิดสภาพ “คอขวด” ไม่สามารถขนน้ำมาสู่ปากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น กทม. จะต้องแก้ปัญหาคอขวด รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ “อุโมงค์” เป็น “ทางด่วนน้ำ” ให้ได้ ดังนี้

(1) ติดตั้งรางรับน้ำ (Gutter) บนถนนชิดทางเท้า เมื่อฝนตกหนัก จะเห็นว่าน้ำไหลลงบ่อพักได้ช้า ทั้งๆ ที่น้ำในท่อระบายน้ำยังไม่เต็ม เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะช่องรับน้ำที่บ่อพักมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลลงบ่อพักไม่ทัน น้ำจึงเอ่อล้นถนน วิธีแก้ก็คือจะต้องติดตั้งรางรับน้ำบนถนนชิดทางเท้าที่มีความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ จะช่วยทำให้น้ำบนถนนไหลลงรางรับน้ำและบ่อพักได้อย่างรวดเร็ว ไม่เอ่อล้นบนถนน ซึ่งวิธีนี้ กทม. ได้นำมาใช้แล้ว ปรากฏว่าได้ผลดี ควรทำต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

(2) วางท่อระบายน้ำใหม่แก้ “คอขวด” กทม. จะต้องเร่งขจัด “คอขวด” ให้หมดไปโดยด่วน โดยการวางท่อระบายน้ำเพิ่มเติมจากท่อเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นท่อขนาดเล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 60 ซม. เท่านั้น ท่อระบายน้ำใหม่จะต้องมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และในการวางท่อใหม่นั้นจะต้องใช้เทคนิคดันท่อใต้ดิน (Pipe Jacking) เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร ซึ่ง กทม.ได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ท่อใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมจะรับน้ำจากถนนเพื่อขนไปสู่ปากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว น้ำจากปากอุโมงค์จะไหลไปท้ายอุโมงค์ แล้วถูกสูบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลให้อุโมงค์ทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” ได้อย่างสมบูรณ์

แก้มลิงใต้ดิน ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อยๆ และไม่มีที่ว่างหรือบึงที่จะสร้างเป็น “บึงแก้มลิง” ได้ จำเป็นต้องสร้างแก้มลิงใต้ดินไว้เก็บน้ำฝนส่วนเกินที่ระบบระบายน้ำจะสามารถรองรับได้ เมื่อฝนหยุดตกและระดับน้ำในท่อระบายน้ำและคลองพ้นวิกฤตแล้ว จึงทยอยระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำ คู คลองต่อไป แก้มลิงใต้ดินช่วยลดน้ำท่วมขังในพื้นที่แคบๆ ได้

ถึงเวลานี้ กรุงเทพฯ มีแก้มลิงใต้ดินแล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วย (1) บริเวณ สน. บางเขน มีความจุ 1,000 ลูกบาศก์เมตร (2) ปากซอยสุทธิพร 2 ถนนอโศก-ดินแดงมีความจุ 1,200 ลูกบาศก์เมตร (3) ใต้ดินรัชวิภา (ถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต) มีความจุ 10,000 ลูกบาศก์เมตร และ(4) ใต้ทางแยกต่างระดับถนนศรีนครินทร์ตัดกับถนนกรุงเทพกรีฑา มีความจุ 10,000 ลูกบาศก์เมตร

2.3 การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีหลายประการในโอกาสนี้ผมขอพูดถึงเฉพาะวิธีแก้ปัญหา PM2.5 ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและมีใช้กันอยู่แล้ว นั่นคือหอคอยฟอกอากาศ ซึ่งเป็นแนวความคิดของนักวิทยาศาสตร์จีน โดยก่อสร้างหอคอยสูงประมาณ 100 เมตร ที่เมืองซีอาน หอคอยฟอกอากาศมีหลักการทำงานดังนี้ (1) อากาศเสียจะถูกดูดเข้าสู่เรือนกระจกที่อยู่ที่ฐานของหอคอย (2) อากาศเสียเหล่านี้จะถูกทำให้ร้อนโดยพลังงานแสงอาทิตย์ (3) อากาศร้อนจะลอยขึ้นในปล่องของหอคอยผ่านแผ่นกรองหลายชั้น ทำให้อากาศสะอาดขึ้น และ (4) อากาศที่สะอาดขึ้นจะถูกปล่อยออกจากปล่องที่ยอดของหอคอย

จากการทดลองใช้หอคอยนี้ที่เมืองซีอานพบว่าสามารถฟอกอากาศเสียให้เป็นอากาศที่สะอาดขึ้นได้มากกว่าวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ลด PM2.5 ในพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร ลงได้ประมาณ 15% หากผู้ว่าฯ กทม. สนใจแนวทางนี้ก็ควรศึกษาต่อว่าเหมาะสมที่จะประยุกต์ใช้ในกรุงเทพฯ หรือไม่ ?

2.4 การแก้ปัญหาอาชญากรรม

แม้ว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรมไม่ได้เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้ว่าฯ กทม. แต่ผู้ว่าฯ กทม. ก็สามารถสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลายวิธี เช่น ติดตั้งกล้อง CCTV บนสะพานลอยคนเดินข้ามแล้วแสดงภาพให้เห็นที่จอซึ่งติดตั้งที่ทางขึ้นบันไดของสะพานลอย ภาพที่จอจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการข้ามสะพานลอยเห็นว่ามีผู้ร้ายแอบอยู่บนสะพานลอยหรือไม่ ?

3.สรุป วันที่ 22 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ เป็นโอกาสดีอีกครั้งหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ที่จะได้เลือกผู้ว่าฯ กทม. หลังจากว่างเว้นมานานเกือบ 10 ปี นับเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามความต้องการของเราให้ได้มากที่สุดผ่านผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้น เราจะต้องเฟ้นหาตัวผู้ว่าฯ กทม. จากผู้สมัครทุกคนโดยพิจารณาจากคุณสมบัติและภูมิหลังของผู้สมัครพร้อมด้วยนโยบาย แล้วตัดสินใจเลือกผู้สมัครคนที่เรามั่นใจว่าสามารถฝากอนาคตของกรุงเทพฯ และของเรา รวมทั้งของลูกหลานเราไว้กับเขาได้

Tags: newsกรุงเทพข่าวจังหวัด
Previous Post

“รสนา” แจงแผน กทม.ใช้หนี้บีทีเอส ยัน 20 บาทตลอดสายทำได้จริง

Next Post

P

กรุงเทพ

กรุงเทพ

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัดวังงามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

Next Post

P

บทความแนะนำ

สยอง! คนขับกระบะส่งพัสดุบริษัทชื่อดังหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงาปาเจโร่ ดับคารถ 3 ศพ

สาวขาย BMW ซื้อรถไฟฟ้าจดทะเบียนไม่ได้ แจ้ง ตร.แล้ว ล่าสุดศูนย์จำหน่ายติดต่อพารถตรวจ กทม.เดือนหน้า

สุดรันทด! 16 ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อดมื้อกินมื้อ เด็กบางคนต้องหยุดเรียนหนังสือ

หนุ่มอ้างเป็นผู้กอง บอกโดนแอบถ่ายเปลือยคาห้องน้ำปั๊มน้ำมันลี้ลำพูน คนไม่รู้จัก-ไร้ชื่อในสารบบ!

แม่ทุกข์! ช่างตัดผมผิดทรง ไถหัวลูกสาวจนเกรียน หมดความมั่นใจ-ไม่อยากไปเรียน

เผยไม่พบสติกเกอร์ส่วยติดหน้ารถแล้วบริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสรรพยา คาดดึงออกไปหมดแล้ว

ไรเดอร์หัวร้อน เบื่อรถยางรั่ว จุดไฟเผาทิ้งระบายเครียด

ตร.-ปปส.-ทหาร ขยายผลจับแก๊งยานรกยกก๊วน ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด-ไอซ์/คีตามีนอีกอื้อ พร้อมรถ-บ้าน-ที่ดิน เรียบวุธ

สพป.เชียงใหม่เขต3ส่ง”ครูเพชร”ไปช่วยราชการ ร.ร.กทม.ตามประสงค์ หลังแฉกรณีครูประเคนแข้งลงโทษ นร.-เบิกจ่ายเงินบริจาค

ซวยเลย! กระบะถูกปาหินใส่กระจกรถยนต์กลางสี่แยกไฟแดงเมืองอ่างทอง คาดปาผิดคัน

หมวดบทความ

กรุงเทพมหานคร การศึกษา กิจกรรม ข่าว ความงาม/สุขภาพ ค้าปลีก งานพิมพ์ ตรวจหวย ธุรกิจ บริการ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.กรุงเทพมหานคร สพม.เขต 1 สพม.เขต 2 อสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่/ขนม/ไอศกรีม เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา กรุงเทพมหานคร



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!