วันที่ 25 ก.พ. เมื่อเวลา 10.15 น.ที่สำนักพิมพ์ไทยรัฐ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.กทม.ก้าวไกล เข้าพูดคุยกับผู้บริหารไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ เพื่อหารือและพูดคุยทิศทางในสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

โดยนายวิโรจน์ กล่าวถึง แผนงานแคมเปญ การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคก้าวไกล ว่า พรรคก้าวไกลเรา วันนี้ต้องกลับมาแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตประชาชนคน กทม.เขา ที่พวกเขาเห็นด้วยตา หน้าบ้านหน้าปากซอยเขา ยกตัวอย่าง น้ำท่วมก็ต้องไปดูที่ถนน กทม. รถติด ไซต์ก่อสร้างเป็นที่สร้างมาหลายชั่วโคตร โดยไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ก็ส่งผลต่อทางเท้า รบกวนการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนกทม. ซึ่งความจริง ความคาดหวังของคน กทม.ไม่ได้สูงอะไรเลย เขาต้องการแค่อยากให้เขาไม่ต้องเดินสะดุด คุณภาพชีวิตพื้นฐานของเขา ให้เขาดิ้นรนต่อสู้ได้ แต่ 7-8 ปี ที่ผ่านมา วันนี้ต้องกลับมาแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของเขาให้ได้ คิดง่าย ลอกท่อทั่วกรุง น้ำท่วม แล้วไซต์งานก่อสร้างไม่รู้เสร็จเมื่อไหร่ ก็รบกวนทางเดินเท้า และอุบัติเหตุเกิดขึ้นเต็มไปหมด ฉะนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ต้องกล้าชนกับปัญหา ไม่ปล่อยให้ประชาชนชาว กทม.ต้องต่อสู้โดยลำพังเหมือนที่ผ่านมา และต้องกระจายงบประมาณลงไปในพื้นที่ กทม.ให้มากที่สุดด้วย
คือว่า เมืองที่เราอยากเห็น คืออะไร คือต้องทำให้ทุกคนในเมืองตัวเบา กล้าฝันมากขึ้น ผู้ว่าฯกทม.มีงบกลางปีละ 1.4 หมื่นล้าน เราเลยบอกว่า ต้องการกระจายความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน ประโยชน์ คือ แก้ปัญหาจากที่เขาเห็น จากหน้าบ้านเขา ลอกท่อ-น้ำท่วม-สะพานขาด โอเค การแก้ปัญหา สามารถทำได้ทันที ประชาชนจะได้มีความเชื่อมั่นว่า ปัญหาที่เขาเขียนมา 7-8 ปี มันแก้ได้ เมืองจะได้มีความหวังมากขึ้น อยากเห็นผู้ว่าฯกทม.เทคแอ็กชั่น มีกำหนดเสร็จแผนงานว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ปัญหาคลี่คลายได้ ก็มีความหวังมากขึ้น

หากได้เป็น ผู้ว่าฯ กทม.จะต้องไปเคลียร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัดริบบิ้นอย่างเดียว ยกตัวอย่าง อย่างกรณีปัญหาติดปัญหาราชการ ผู้ว่าฯ กทม.จะต้องต่อสู้เพื่อคน กทม. และคนที่มีไอเดียที่ดี พร้อมช่วยชาวกทม. ยกตัวอย่าง ง่ายๆ การประปาผลิตน้ำประปา ซึ่งการประปานครหลวงผลิตได้วันละ 6 ล้านคิว รู้ไหมมีน้ำรั่ว วันละ 2 ล้านคิว การประปานครหลวงก็อยากจะซ่อมท่อ เพราะคนบ่นว่า น้ำไม่แรง ก็ขอ กทม.เปิดผิวจราจร เพื่อซ่อมท่อประปา ผมว่า เรื่องแค่นี้ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องกล้าคุยกับการประปานครหลวง แล้ว ว่า จะซ่อมกันยังไง อย่างที่ถนนพระราม 3 ที่เอาสายไฟลงดิน ทุกวันนี้ทราบไหมมี รถจักรยานยนต์ กี่คันแล้ว ที่ไปสะดุดกับฝาคอนกรีตบนพื้นผิวการจราจรแล้วไปชนแบริเออร์ ได้รับบาดเจ็บบ้าง ตายบ้าง ประชาชนก็เพิ่งรู้ว่า สามารถฟ้องการไฟฟ้านครหลวงได้ เพราะการไฟฟ้านครหลวงมีประกันไซต์งาน มีกฎหมายอยู่ แล้วทำไม ผู้ว่าฯ กทม. ถึงไม่มีการเทคแอ็กชั่นช่วยสนับสนุนให้ประชาชน เรียกร้องความเป็นธรรมให้แล้วไปปรับการไฟฟ้านครหลวงล่ะ

“ถามว่าทำไม ผู้ว่าฯ กทม.ทำตัวเหมือนกับคนไม่มีอำนาจ และพอใจกับการไม่มีอำนาจ ทุกคนรู้หมด คนอยากช่วย กทม.เยอะมากนะ แต่แค่ขาด ผู้ว่าฯ กทม.ที่กล้าจะชน กล้าทะลุโจทย์ คำว่า “ชน” ไม่ได้หมายความว่า ไปทะเลาะ ต่อยตี กันเขา แต่ให้โอบรับไอเดีย และเอาตัวเป็นเจ้าภาพไปเพื่อประสานงาน ต้องการผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เจตจำนง ที่จะมาทะลวง และประสานงาน”นายวิโรจน์ กล่าว…
ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ก้าวไกล กล่าวต่อว่า อย่างเรื่องการลอกท่อ กทม.งบประมาณ 300 ล้าน กับตัวเลขสร้างอุโมงค์ยักษ์ งบประมาณ 2 พันล้าน เช่นกัน มันถึงเวลาแล้ว ที่ต้องชะลองบประมาณก่อสร้าง “อุโมงค์ยักษ์” ไม่มีประโยชน์ ถ้าระบบย่อยๆ มันดึงน้ำมาลงอุโมงค์ไม่ได้ แต่ทุกคนพูดถึงเรื่องเส้นเลือดฝอยหมด แล้วใครจะเป็นคนทะลวง ครับ ผอ.เขต หรือ แล้วทำไมถึงทำไม่ได้ นั่นละ ผู้ว่าฯ กทม.ถึงต้องลงไปจัดการเคลียร์ก่อน ไม่ใช่ปล่อยไป ผมถึงบอกว่า สิ่งสำคัญคือ เจตจำนง ที่จะทำ

ด้านนายชัยธวัช กล่าวว่า ผมเห็นด้วย กับที่คุณวิโรจน์พูด ผมคิดว่าโจทย์ก้าวไกล คือ ความจริงแล้วทุกคนรู้ปัญหาเท่ากันหมด น่าคิดไม่ต่างกัน ทั้ง คุณชัชชาติ พี่เอ้ สุชัชวีร์ คิดว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งล่ะ ที่จะตอบคำถามว่า พรรคก้าวไกล จะมีวิธีทำอย่างไรให้ชนะใจคน กทม.อยู่ที่ว่า จะทำอย่างไร ให้ประชาชนคน กทม.เขาเชื่อว่า แคนดิเดต อย่างนายวิโรจน์นี่แหละ เข้าไป บี้ เรื่องพวกนี้ให้ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่ง ถ้าเราทำสำเร็จ และนี่คือคาแรกเตอร์ของวิโรจน์ ที่มีศักยภาพ

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ยังยืนยันว่า คนกทม.ไม่ได้ ต้องการอะไรที่มันเลิศล้ำ วิลิศมาหรา เป็นเรื่องพื้นฐานเลย ถามว่า แล้วที่ผ่านมา ทำไม ผู้ว่าฯกทม.ถึงต้องยอม ทั้งที่มีอำนาจ ผมว่า การเงียบๆ เนียนๆ แล้วปล่อยให้เรื่องให้ประชาชนบ่นไป มันง่ายกว่า ยกตัวอย่าง อย่าง เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ผมไม่เห็น ผู้ว่าฯ กทม.ปัจจุบัน ออกมาพูดอะไรเลยนะ มีการระบุว่าก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ อย่างกระทรวงมหาดไทย การบอกว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่ มันจะใช่หรือ สำหรับผมต้องบอกว่า แล้วแต่คน กทม.สิ ถูกไหม ก็คุณกินเงินเดือน กทม. แล้วจะบอกว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่ได้ไง

