
อัตราเข้าพักโรงแรมในกทม.เริ่มฟื้นตัว ตามนักท่องเที่ยว คาดทั้งปีเฉลี่ย 50%
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า การฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวของไทยหลังการเปิดประเทศ เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มฟื้นตัว ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากเทียบกับปีก่อน และยังคงมีทิศทางดีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ตลาดยังต้องเผชิญกับอุปสรรคต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับผู้ประกอบการกิจการธุรกิจในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับภาพรวมอุปทานโรงแรมระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพมหานคร ณ สิ้นครึ่งแรกปี พ.ศ.2565 ยังคงอยู่ที่ประมาณ 12,943 ห้องพัก ไม่พบว่ามีโรงแรมระดับลักชัวรี่เปิดบริการใหม่ในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี จะมีโรงแรมระดับนี้กลับมาเปิดบริการใหม่ในพื้นที่ใจกลางเมืองหลังจากภาพรวมธุรกิจท้องเที่ยวและโรงแรมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยเพิ่มขึ้น หลังมีการผ่อนคลายนโยบายการเปิดประเทศเพิ่มเติม เช่น ปรับปรุงวิธีลงทะเบียน Thailand Pass สำหรับชาวต่างชาติให้สะดวกขึ้น ประกอบกับจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าอัตราการเข้าพักในช่วงครึ่งหลังของปีอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าร้อยละ 45.0 ส่วนหนึ่งจากการ ยกเลิก “ไทยแลนด์พาส” หรือ “Thailand Pass” สำหรับชาวต่างชาติ และการขยายสิทธิ์โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนขยาย ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาและมองว่าอัตราการเข้าพักในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีอาจจะขยับเพิ่มขึ้นได้มากกว่าร้อยละ 50.0
“ในช่วงครึ่งแรกปีที่ผ่านมา โรงแรมที่เปิดบริการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีเพียงแค่โรงแรมระดับอัพสเกลและมิดสเกลเท่านั้น โดยพบว่ามีจำนวน 10 โรงแรม รวม 724 ห้องพัก ส่วนครึ่งปีหลังนี้คาดว่าจะมีโรงแรมเปิดใหม่ คือ โรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร 155 ห้อง”นายภัทรชัยกล่าว
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับครึ่งปีแรก 2565 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมแล้วกว่า 2.079 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 5,042.00 ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าตลอดปีพ.ศ. 2565 อาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 7.5 ล้านคน และอาจสูงถึง 10 ล้านคน สำหรับ 5 อันดับแรกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สูงที่สุด ณ ครึ่งแรกปี พ.ศ. 2565 ประกอบด้วย อินเดีย 228,263 คน มาเลเซีย 200,631 คน สิงคโปร์ 128,232 คน สหราชอาณาจักร 122,505 คน และ เยอรมนี 96,810 คน
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทุกระดับในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 34.6 โดยพบว่าปรับตัวสูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 24.4 จากในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 10.2 จากจำนวนคนเข้าทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมกว่า 6.8 ล้านคน สร้างรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนกว่า 103,067 ล้านบาท ขณะที่โรงแรมระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพมหานคร ณ ครึ่งแรกของปีพ.ศ.2565 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 41.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.0 จากอัตราเข้าพักเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา ซึ่งตลาดยังคงพึงพิงนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ผ่านแคมเปญท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ‘ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามากว่า 2 ล้านคนในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา ซึ่งจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมในประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพบว่าบางโรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูงกว่าร้อยละ 50.0 เนื่องจากได้รับความสนใจทั้งจากนักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอินเดีย มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร เป็นต้น
นายภัทรชัยกล่าวว่า ณ สิ้นครึ่งแรกของปีพ.ศ. 2565 ราคาเฉลี่ยห้องพักรายวัน(ADR) ของโรงแรมระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยภาพรวมมาอยู่ที่ประมาณ 3,420 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6.5 จากในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าธุรกิจโรงแรมและห้องพักทุกระดับในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับปัจจัยบวกหลังจากรัฐบาลไทยประกาศยกเลิกระบบ Test & Go และผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง อย่างเห็นได้ชัด พบว่าภาพรวมตลาดการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการห้องพักปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีอัตราการเข้าพักรวมถึงค่าห้องพักเฉลี่ยจะยังคงมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี จากปัจจัยบวกจากนโยบายของภาครัฐบาล เช่น การยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส และแผนผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้าสู่ไทยไม่น้อยกว่า 7.5 -10.0 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นในช่วงไตรมาสสุดท้าย
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

